ถกอาร์เซ็ปนัดพิเศษ ตกลงได้อีก 4 เรื่อง “กฎถิ่นกำเนิดสินค้า โทรคมนาคม การเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา”

“พาณิชย์” เผยการเจรจาอาร์เซ็ปสมัยพิเศษ ครั้งที่ 5 มีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีก 4 ประเด็น ทั้งการเพิ่มรายการสินค้าภายใต้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะเป็น 331 รายการ ทำให้มีสินค้าที่ตกลงกันได้แล้วกว่า 70% ส่วนบริการโทรคมนาคม การเงิน และทรัพย์สินทางปัญญา มีข้อสรุปในบางเรื่องแล้ว พร้อมกำหนดให้สมาชิกยื่นข้อเสนอที่ปรับปรุงเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุนอีกครั้ง14 มิ.ย.นี้ มั่นใจเจรจาจบได้ภายในปีนี้แน่นอน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รักษาราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาการพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 5 ระหว่างอาเซียน และคู่เจรจา 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่กรุงเทพฯ ว่า การประชุมครั้งนี้ มีความคืบหน้าใน 4 ประเด็น โดยได้ตกลงรายการสินค้าสำหรับกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะได้เพิ่มอีก 331 รายการ ทำให้มีรายการสินค้าที่ตกลงกันได้แล้วกว่า 70% ของรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยส่งสินค้าที่ผลิตในไทยไปยังประเทศสมาชิกได้มากขึ้น รวมถึงใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบจากประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ยังตกลงกันได้ในภาคผนวกบริการโทรคมนาคมใน 6 เรื่อง คือ คำนิยามบริการโทรคมนาคม , สิทธิการคงเลขหมาย , การเชื่อมโยง , การเข้าถึงและใช้โครงข่ายโทรคมนาคม , การระงับข้อพิพาท และการเข้าถึงสายท่อและเสา ซึ่งการเจรจาถือว่าคืบหน้าถึง 95% แล้ว คาดว่า จะสรุปได้ในการประชุมครั้งหน้าเดือนก.ค.2562 ที่ออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการโทรคมนาคมระหว่างประเทศในการขยายธุรกิจมากขึ้น

สำหรับภาคผนวกบริการการเงิน ได้ข้อสรุปในเรื่องคำนิยามบริการการเงิน และเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สามารถสรุปเรื่ององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้แล้ว ซึ่งจะส่งเสริมให้สมาชิกดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีประเด็นอ่อนไหว ที่ต้องเจรจาต่อ เช่น การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เป็นต้น

“ทุกประเทศกระตือรือร้นผลักดันให้การเจรจาสรุปผลให้ได้ในปีนี้ แม้หลายประเทศอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาล โดยสมาชิกยอมรับข้อเสนอของไทยและอาเซียน ทำให้การเจรจาคืบหน้ามาก แต่ยังมีประเด็นอ่อนไหวที่ยังต้องหารือกันอย่างเข้มข้นต่อไป”นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์กล่าวว่า ในการเจรจายังมีประเด็นที่ยากที่สุด คือ กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้ากรณีเป็นสินค้าเดียวกัน เพราะสมาชิกมีระดับการเปิดตลาดต่างกัน ซึ่งอาจมีการสวมสิทธิส่งออกโดยแอบอ้างแหล่งกำเนิดของสมาชิกอื่น เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะสมาชิก ทั้งอาเซียน อินเดีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ได้ยื่นข้อเสนอการเปิดตลาดที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความซับซ้อนของกฎเกณฑ์ด้านศุลกากร ที่ใช้พิจารณาการนำเข้าสินค้า แต่จะเร่งหารือให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบการค้าสินค้าของอาเซียน ส่วนการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน สมาชิกจะยื่นข้อเสนอปรับปรุงการเปิดตลาดอีกครั้งภายในวันที่ 14 มิ.ย.2562 เพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของแต่ละสมาชิกให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้สมาชิกจะสามารถสรุปผลเจรจาได้ในสิ้นปีนี้ แต่คงไม่สามารถลงนามความตกลงได้ในปี 2563 เพราะต้องรอให้สมาชิกทุกประเทศแปลงพิกัดศุลกากร (ฮาร์โมไนซ์) ของตารางการลดภาษีสินค้าให้เป็นพิกัดศุลกากรล่าสุดของปี 2560 ให้เสร็จก่อน เพราะในการเจรจาอาร์เซ็ป สมาชิกใช้ตารางการลดภาษีตามฮาร์โมไนซ์ปี 2555