เอฟทีเอหนุนส่งออกปศุสัตว์พุ่ง เฉพาะจีน 4 เดือนโต 1,045% เล็งถกคู่ค้าเก่า-ใหม่เปิดตลาดเพิ่ม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยเอฟทีเอมีส่วนช่วยดันการส่งออกปศุสัตว์ไทยเพิ่มขึ้น เฉพาะจีนช่วง 4 เดือนของปี 62 พุ่งถึง 1,045% ไม่สะทกสะท้านแม้จะมีปัญหาสงครามการค้า ส่วนตลาดญี่ปุ่น อาเซียนและเกาหลีใต้ ก็เพิ่มเช่นกัน ระบุปัจจุบันเอฟทีเอที่ไทยทำกับ 18 ประเทศ มี 9 ประเทศยกเลิกภาษีนำเข้าแล้ว เหลืออีก 9 ที่เก็บบางรายการ เล็งเจรจาให้มีการลดภาษีและเปิดตลาดเพิ่มต่อไป ทั้งกรอบเอฟทีเอเดิม และใหม่ ทั้งอาร์เซ็ป ตุรกี ปากีสถาน ศรีลังกา

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามสถิติการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทย พบว่า มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูป โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าปศุสัตว์สู่ตลาดโลกมูลค่า 3,914.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.88% และการส่งออกในช่วง 4 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 1,294.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.66% โดยที่น่าจับตา คือ ตลาดจีน เป็นตลาดส่งออกที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดถึง 1,045% และไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่เกิดขึ้น ขณะตลาดส่งออกที่สำคัญอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น อาเซียนและเกาหลีใต้ ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

“ต้องยอมรับว่าเอฟทีเอเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความได้เปรียบและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สินค้าปศุสัตว์ของไทยในประเทศคู่ค้า ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเทียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยในปี 2561 กับปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอแต่ละฉบับมีผลบังคับใช้ พบว่า อาเซียนขยายตัวมากที่สุด 4,318% รองลงมา คือ จีน เพิ่มขึ้น 2,743% ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ เพิ่ม 528% และญี่ปุ่น เพิ่ม 403% เป็นต้น สอดคล้องกับสถิติปี 2561 ที่สินค้าปศุสัตว์เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกมากเป็นอันดับต้น”นางอรมนกล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ภายใต้เอฟทีเอที่ไทยมีอยู่กับ18 ประเทศ พบว่า มี 9 ประเทศ คือ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา บรูไน และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ทุกรายการจากไทยแล้ว ส่วน 9 ประเทศที่เหลือ มีการเก็บภาษีนำเข้าเพียงบางรายการเท่านั้น โดยกรมฯ จะเดินหน้าผลักดันการเจรจาเอฟทีเอกรอบต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) การเจรจาจัดทำเอฟทีเอกับตุรกี ปากีสถาน และศรีลังกา ให้มีการเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์เพิ่มเติมต่อไป

นางอรมนกล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาห์หมูในจีน และเวียดนาม ได้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคไก่แทน ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ประเภทไก่ที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะไก่แปรรูปที่ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 1 และไก่สดแช่เย็นแช่แข็งที่เป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 5 ของโลก จึงเป็นโอกาสในการขยายการส่งออกไก่ไทย เพื่อทดแทนการบริโภคหมูได้เพิ่มขึ้น

ในปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูป 3,129 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.16% และในช่วง 4 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) ไทยส่งออกสินค้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูป 1,072.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น11.78%