“พาณิชย์”ลุ้นได้รับงบประมาณปี 63 หลังผู้ได้รับผลกระทบขอกองทุน FTA ช่วย รวมกว่า 100 ล้าน

กรมการค้าต่างประเทศเผยมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี ยื่นสมัครขอรับการช่วยเหลือจากกองทุน FTA รวม 19 โครงการ คิดเป็นวงเงินกว่า 100 ล้านบาท เตรียมผลักดันขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 63 เพื่อนำมาใช้ขับเคลื่อนโครงการต่อไป

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ปิดรับสมัครโครงการเพื่อขอรับความช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์) ปีงบประมาณ 2563 ซึ่งกรมฯ ได้เปิดรับสมัครโครงการที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย.2562 และมีผู้ประกอบการยื่นเสนอขอรับความช่วยเหลือตามประกาศคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า จำนวน 19 โครงการ คิดเป็นวงเงินกว่า 100 ล้านบาท โดยแบ่งตามประเภทสินค้าได้ จำนวน 7 กลุ่ม (จำนวน 17 โครงการ) ได้แก่ โคเนื้อ โคนม ผ้าทอ ข้าว มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากยางพารา และไม่ได้ระบุประเภทสินค้าอีก จำนวน 2 โครงการ

สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดการรับสมัครแล้ว กรมฯ จะนำรายละเอียดของโครงการทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการเงินช่วยเหลือฯ เพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการที่เสนอขอใช้เงินช่วยเหลือฯ โดยอิงหลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าอนุมัติก่อนนำเสนอโครงการที่ผ่านความเห็นชอบแล้วให้คณะกรรมการฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พิจารณาต่อไป

“ขณะนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการยื่นเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณประจำปี 2563 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ แต่ขั้นตอนในการดำเนินการตั้งแต่การเปิดรับสมัครรวมถึงพิจารณากลั่นกรองโครงการฯ จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงต้องมีการดำเนินการล่วงหน้า เพื่อความรอบคอบในการพิจารณาอนุมัติโครงการ โดยจะต้องเสนอผ่านการประชุมทั้งในระดับคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น และกรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณปี 2563 เพื่อจะได้เริ่มดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือได้ตามแนวทางที่ได้พิจารณากลั่นกรองไว้แล้วต่อไป”นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมา กรมฯ ไม่ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณให้ดำเนินโครงการช่วยเหลือฯ แต่มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และพัฒนาระบบบริหารจัดการของสหกรณ์วาริชภูมิ จำกัด 2.โครงการการวิจัยการจัดการซากโคเนื้อ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายเนื้อโคศรีวิชัย และ 3.โครงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน กลุ่มสตรีทอผ้าบ้านหัวเมือง จ.ยโสธร โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นทุกโครงการได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550-ปัจจุบัน กองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความช่วยเหลือสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 58 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 411 ล้านบาท แบ่งเป็น สินค้าเกษตรจำนวน 28 โครงการ ได้แก่ โคเนื้อ โคนม ชา ข้าว ส้ม ลิ้นจี่ สับปะรด หอมแดง ปลาน้ำจืด น้ำผึ้ง ไม้ดอก และกาแฟอาราบิกา ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม จำนวน 21 โครงการ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องหนัง ปลาป่น ยาแผนปัจจุบัน ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ เครื่องสำอางสมุนไพร พลาสติก สิ่งทอ และอิฐมอญ และภาคบริการ จำนวน 9 โครงการ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว ก่อสร้าง วิศวกรรม และโรงแรมสามดาว