กรมเจรจาฯ เผย FTA ดันส่งออกผัก-ผลไม้ไปจีนโตต่อเนื่อง ยอด 5 เดือนเพิ่ม 31%

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผย FTA ช่วยดันส่งออกผักและผลไม้ไทยไปจีนพุ่งต่อเนื่อง 5 เดือนแรกปี 62 ส่งออกทะลุ 1,199 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 31% มันสำปะหลังครองแชมป์ในส่วนของผัก ทุเรียนแชมป์ผลไม้ หากเทียบย้อนกลับไปจนถึงปีที่ความตกลงการค้าเสรีบังคับใช้ตั้งแต่ปี 46 ถึงปี 61 ยอดส่งออกขยายตัวสูงถึง 1,312% พร้อมแนะเกษตรกร ผู้ส่งออก ต้องเน้นควบคุมคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า และคงโอกาสส่งออกต่อไป

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามตัวเลขการส่งออกสินค้าผักและผลไม้ของไทยไปยังตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) และจีนได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผักและผลไม้จากไทยทุกรายการตั้งแต่ปี 2546 ทำให้การส่งออกผักและผลไม้ของไทยไปจีนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าเพิ่มจาก 136.5 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2545 เป็น 1,927.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 1,312% และในช่วง 5 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-พ.ค.) มีการส่งออกมูลค่า 1,199.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31%

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกรายสินค้าพบว่า การส่งออกสินค้าพืชผักของไทย ครองอันดับ 1 ในจีน โดยในปี 2561 การส่งออกมีมูลค่า 909.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 784% เมื่อเทียบกับก่อนที่ความตกลงฯ จะมีผลบังคับใช้ และในช่วง 5 เดือนของปี 2562 ส่งออกมูลค่า 361.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 33% มีสินค้าส่งออกสำคัญ คือ มันสำปะหลัง คิดเป็นสัดส่วน 96% รองลงมา คือ พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว และผักแห้ง เช่น เห็ดหูหนู เป็นต้น
ส่วนผลไม้ ในปี 2561 มีการส่งออกมูลค่า 1,017.73 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับที่ 3 รองจากฮ่องกงและชิลี เพิ่มขึ้น 2,841% เมื่อเทียบกับก่อนที่ความตกลงฯ จะมีผลบังคับใช้ และในช่วง 5 เดือนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีมูลค่า 838.61 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 123% โดยทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุดถึง 48.54% รองลงมา คือ ลำไย มังคุด และมะพร้าวอ่อน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังพบว่า ไทยได้เปรียบดุลการค้าสินค้าผักและผลไม้กับจีนมาโดยตลอด โดยเมื่อเทียบกับก่อนที่ความตกลง ACFTA มีผลใช้บังคับ ไทยได้เปรียบดุลการค้าผักผลไม้กับจีนอยู่เพียง 100.22 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในช่วง 5 เดือนของปี 2562 ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับจีนถึง 854.75 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยและจีนให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงมีการกำหนดระบบสุ่มตรวจสินค้าผักและผลไม้นำเข้าที่พรมแดนจะต้องผ่านมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐานกระบวนการจัดการคุณภาพเกษตรกรที่ดี (GAP) มาตรฐานการประเมินความเสี่ยงเรื่องแมลงศัตรูพืช ปริมาณสารเคมีตกค้าง และมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) เป็นต้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการส่งออกผักผลไม้ไปจีน ขอให้เกษตรกรและผู้ประกอบไทยที่จะส่งออกผักผลไม้ไปจีนให้ความสำคัญกับการผ่านมาตรฐานต่างๆ ข้างต้น รวมทั้งการขึ้นทะเบียนสวน และโรงคัดบรรจุผลไม้ที่จะส่งออก เพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ในกรณีที่พบปัญหา