“จุรินทร์”เปิดตัวประชุมอินเตอร์ ถกรัฐมนตรีอาร์เซ็ปที่จีน หาข้อสรุป 4 ประเด็นชี้ชะตาการเจรจา

img

“จุรินทร์”เปิดตัวระดับอินเตอร์ครั้งแรก เตรียมเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาร์เซ็ป ที่ปักกิ่งสิ้นเดือนก.ค.นี้ เผยมี 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องหารือ ทั้งพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การเปิดตลาดสินค้าและบริการ และการระงับข้อพิพาทการลงทุน ที่จะเป็นตัวชี้ชะตาการเจรจาภาพรวมจะจบตามเป้าหมายหรือไม่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-3 ส.ค.2562 ตนจะเป็นหัวหน้าคณะของไทยเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ระหว่างอาเซียน และ 6 ประเทศคู่เจรจา ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อผลักดันการเจรจาให้ความตกลงสามารถบรรลุผลได้ภายในปลายปีนี้ ตามเป้าหมายที่ผู้นำทั้ง 16 ประเทศได้ตั้งเอาไว้

“การเจรจามีทั้งหมด 20 เรื่อง และภายในสิ้นปีนี้ สมาชิกตั้งเป้าหมายจะต้องจบให้ได้ทั้งหมด ถ้าสามารถสรุปผลการเจรจาได้ตามเป้าหมาย และความตกลงมีผลบังคับใช้ จะเป็นประโยชน์กับสมาชิกอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะการค้าโลกเกิดสงครามการค้า และหลายประเทศหันมาใช้มาตรการปกป้องกันมากขึ้น และอาร์เซ็ปยังเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของอาเซียน ที่ต้องการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยให้อาเซียนรวมทั้งไทยเป็นฐานการผลิตและมีการลงทุนมากขึ้น”นายจุรินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ก่อนการประชุมรัฐมนตรีอาร์เซ็ปที่ปักกิ่ง จะมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ หรือคณะกรรมการเจรจาจัดทำความตกลงอาร์เซ็ป ที่เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีนก่อน จากนั้นจะนำผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เข้าสู่การประชุมระดับรัฐมนตรี โดยการประชุมระดับรัฐมนตรี จะมีหัวข้อการเจรจาสำคัญ 4 ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่จะตัดสินว่าการเจรจาจะสามารถหาข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ได้หรือไม่ ประกอบด้วย 1.พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2.กฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายการสินค้า ที่ล่าสุดตกลงกันได้แล้ว 79% ของรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ส่งออกไทยส่งสินค้าที่ผลิตในไทยไปยังสมาชิกได้มากขึ้น รวมถึงใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบจากประเทศสมาชิกได้มากขึ้นด้วย

3.การเปิดตลาดสินค้าและบริการ ที่ล่าสุดอินเดีย ต้องการให้สมาชิกเจรจากัน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดตลาดการค้าสินค้าของอินเดีย และการเปิดตลาดบริการของสมาชิกอื่นๆ หลังจากที่อินเดียต้องการให้สมาชิกอื่นเปิดตลาดบริการให้อินเดีย แต่สมาชิกยังไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของอินเดีย ขณะที่อินเดียยังเปิดตลาดสินค้าให้สมาชิกอื่นน้อยอยู่ และ 4.การระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนเอกชนกับรัฐของประเทศที่เปิดให้เข้ามาลงทุน (ไอเอสดีเอส)
อย่างไรก็ตาม การประชุมรัฐมนตรีที่ปักกิ่งมีความสำคัญมาก เพราะหากประเด็นทั้ง 4 เรื่องมีความคืบหน้า และสมาชิกตกลงกันได้ จะทำให้การเจรจาในภาพรวมสามารถสรุปผลได้ในสิ้นปีนี้ และสมาชิกตั้งเป้าหมายจะประกาศความสำเร็จของการเจรจาในเดือนพ.ย.2562 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) ที่กรุงเทพฯ แต่หากการเจรจาไม่คืบหน้า มีความเป็นไปได้ที่การเจรจาอาจสรุปผลไม่ได้ทั้งหมดตามเป้าหมาย โดยหลังจากการประชุมที่ปักกิ่งแล้ว จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีอีก 3 ครั้งในเดือนก.ย.2562 ที่กรุงเทพฯ, เดือนต.ค.2562 และเดือนพ.ย.2562 แต่ยังไม่ได้กำหนดสถานที่

สำหรับความคืบหน้าของการเจราล่าสุด สามารถเจรจาในภาพรวมได้กว่า 60% โดยสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 7 เรื่อง จากทั้งหมด 20 เรื่อง ส่วนอีก 13 เรื่องมีความคืบหน้าตามลำดับ ทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา , การเยียวยาทางการค้า , พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ , กฎถิ่นกำเนิดสินค้า ที่ตกลงกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายการสินค้าเพิ่มเติมได้แล้ว 79% ของรายการสินค้าทั้งหมด เป็นต้น ส่วนภาคผนวกการเปิดเสรีบริการสาขาต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตลาดบริการนั้น ตกลงภาคผนวกโทรคมนาคม และการเงินได้ทั้งหมด ขณะที่การเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน สมาชิกได้ยื่นข้อเสนอการเปิดตลาดใหม่ที่ได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วตามที่สมาชิกเรียกร้อง และสมาชิกส่วนใหญ่ได้ตอบรับข้อเสนอระหว่างกันแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่ต้องเจรจากันต่อ

>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit