อาเซียนไฟเขียวทบทวนแผน AEC Blueprint 2025 พร้อมประเมินคู่ค้าที่จะทำ FTA ในอนาคต

img

ปลัดเศรษฐกิจอาเซียนเห็นชอบทบทวนการดำเนินงานตามแผนงาน AEC Blueprint 2025 หลังใกล้ครบครึ่งทางในปี 63 เล็งประเมินผลการเปิดเสรีการค้า บริการ ลงทุน ความร่วมมือสาขาเศรษฐกิจ ก่อนนำมาปรับเป็นแผนทำงานต่อไป เผยยังให้ประเมินประเทศหรือกลุ่มเศรษฐกิจที่จะเป็นคู่เจรจา FTA ในอนาคต เพื่อให้อาเซียนได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมเห็นชอบแผนรับมือปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ก่อนนำผลชงรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ก.ย.นี้

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (HLTF-EI) ครั้งที่ 36 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการทบทวนการดำเนินงานตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC Blueprint 2025 ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 และจะครบครึ่งทางในปี 2563 โดยอาเซียนจะประเมินผลการทำงานที่ผ่านมาว่าบรรลุเป้าหมายไปมากน้อยเพียงใด มีประเด็นใดที่ประสบความสำเร็จหรือควรปรับปรุง ทั้งการดำเนินการในภาพรวมและในส่วนของคณะทำงานในสาขาต่างๆ เช่น การเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการดำเนินงานในสาขาเศรษฐกิจอื่นๆ รวมทั้งการประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าโลกที่จะเกิดขึ้นและส่งผลต่อเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานต่อไป โดยการทบทวนจะแล้วเสร็จในปี 2563

“ทุกประเทศเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทยที่เสนอแนะให้มีการสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปได้รับทราบเพื่อให้ทุกภาคส่วนทราบถึงโอกาสและประโยชน์ที่จะได้รับจากมาตรการต่างๆ ของอาเซียน รวมถึงข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์จากภาคส่วนต่างๆ ในการนำมาปรับปรุงแผนงานของอาเซียนในระยะต่อไป”นายบุณยฤทธิ์กล่าว

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้อาเซียนดำเนินการประเมินประเทศหรือกลุ่มเศรษฐกิจที่แสดงความสนใจหรือมีศักยภาพที่จะมีความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดกับอาเซียน และอาจมีการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอาเซียนในอนาคต เช่น สหภาพยุโรป แคนาดา ชิลี สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) รวมทั้งหลักเกณฑ์ที่จะใช้ประเมิน เช่น ความสำคัญทางเศรษฐกิจที่มีต่ออาเซียน ความคาดหวังในการดำเนินความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ทรัพยากรที่ต้องใช้ เป็นต้น เพื่อให้อาเซียนสามารถวางกลยุทธ์และจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศนอกภูมิภาคได้อย่างเหมาะสม และอาเซียนได้รับประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ อาเซียนยังได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานต่อไปของอาเซียนในเรื่องการรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ 4IR ซึ่งเป็นผลจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน และองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID-IGNITE) จัดการประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียนสมัยพิเศษ เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2562 โดยเห็นชอบใน 3 ประเด็น คือ 1.มอบหมายให้สำนักเลขาธิการอาเซียนจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาเซียนเรื่อง 4IR ที่ครอบคลุมการดำเนินงานและข้อริเริ่มต่างๆ ของทั้งสามเสาอาเซียนรวมทั้งทิศทางในเรื่อง 4IR 2.พิจารณากลไกการการแบ่งปันข้อมูลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ 4IR และ 3.พิจารณากลไกที่เหมาะสมสำหรับสนับสนุนการดำเนินการในประเด็น 4IR เช่น การใช้กลไกการประชุมที่มีในปัจจุบัน หรือจัดตั้งสาขาความร่วมมือใหม่เพื่อดูแลและติดตามประเด็น 4IR โดยเฉพาะ

ขณะเดียวกัน ได้หารือเกี่ยวกับการศึกษาระบบบริหารจัดการกฎระเบียบของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยประเทศไทยจัดเป็นประเทศลำดับต้นๆ ในอาเซียนที่มีระบบบริหารจัดการกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ โดยการศึกษานี้ จัดทำเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้ประเทศสมาชิกอาเซียนพัฒนาระบบการออกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่เป็นภาระต่อภาคธุรกิจโดยไม่จำเป็น มีความโปร่งใส และดึงดูดการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ผลจากการประชุม HLTF-EI ในครั้งนี้ จะถูกจัดทำเป็นข้อเสนอเพื่อให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEM ครั้งที่ 51 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนก.ย.2562 ให้ความเห็นชอบ เพื่อไปสู่การดำเนินการในขั้นต่อไป

>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit