อาเซียน-ฮ่องกงตั้งคณะกรรมการร่วม ขับเคลื่อนเอฟทีเอ-ความตกลงด้านการลงทุน

อาเซียนถกฮ่องกง เห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการร่วม ใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนเอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกง และความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง และตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายและเจรจาต่อด้านการลงทุน ขีดเส้นให้จบในปี 63 พร้อมจี้สมาชิกที่เหลือให้สัตยาบันให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันให้สัตยาบันแค่ครึ่งเดียว

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ในฐานะประธานฝ่ายอาเซียน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong FTA-Joint Committee:AHKFTA-JC) ครั้งที่ 1 ณ ฮ่องกง เมื่อวันที่ 6-7 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วม (JC) อย่างเป็นทางการ และวางแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังจากความตกลงมีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อเดือนมิ.ย.2562 โดย JC จะเป็นกลไกกำกับดูแลการดำเนินการตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (AHKFTA) และความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง (AHKIA)

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้ตั้งเป้าหมายให้สมาชิกที่เหลือดำเนินการให้สัตยาบันให้เสร็จสิ้นภายในปี 2562 จากปัจจุบัน ที่ความตกลงการค้าเสรี มีสมาชิกให้สัตยาบันแล้ว คือ ฮ่องกง เมียนมา สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ส่วนความตกลงด้านการลงทุน มีสมาชิกให้สัตยาบันแล้ว คือ ฮ่องกง ลาว เมียนมา สิงคโปร์ และไทย

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการว่าด้วยกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อเจรจาจัดทำกฎถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้าให้แล้วเสร็จในปี 2563 จากปัจจุบันยังใช้กฎแบบชั่วคราว เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการผลิตและการค้าของผู้ประกอบการอาเซียนและฮ่องกง รวมทั้งจัดตั้งคณะอนุกรรมการด้านการลงทุน เพื่อเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2563 เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงจะให้เงินสนับสนุนแก่อาเซียน 25 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือประมาณ 3.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป เพื่อดำเนินกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันใน 5 สาขา ได้แก่ บริการวิชาชีพ , พิธีการศุลกากร , การอำนวยความสะดวกทางการค้า /โลจิสติกส์ , วิสากิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ตลอดจนการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับเอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกง และความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง จะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยด้านการค้าสินค้า ฮ่องกงจะได้ประโยชน์จากการที่อาเซียนลดภาษีศุลกากรให้ และสามารถส่งสินค้ามาอาเซียนในอัตราภาษีที่ต่ำลง ขณะที่อาเซียนจะได้ประโยชน์จากการที่ฮ่องกงตกลงว่าในอนาคตจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าที่มีอัตราภาษีเป็น 0 ทุกรายการภายใต้ความตกลง

ส่วนการค้าบริการ ฮ่องกงได้เปิดตลาดให้อาเซียนมากกว่าที่ผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) โดยเฉพาะการเปิดตลาดการค้าบริการเพิ่มเติมในสาขาบริการด้านการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการ วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยไทยสามารถถือหุ้นได้ 100% แบบไม่มีเงื่อนไข และในส่วนของการลงทุน ความตกลง AHKIA ครอบคลุมการคุ้มครองการลงทุนและการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนของอาเซียนและฮ่องกง เช่น คุ้มครองนักลงทุนหลังจากที่ได้เข้ามาจัดตั้งธุรกิจ และกระบวนการยื่นขออนุมัติการลงทุนที่สะดวกขึ้น ซึ่งจะทำให้นักธุรกิจ และนักลงทุนไทยได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และการเข้าถึงข้อมูลด้านกฎระเบียบของฮ่องกงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนฮ่องกงที่มาลงทุนในไทยและนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในฮ่องกงอีกด้วย