กรมเจรจาฯ เปิดโพยสินค้าไทยใน“อาร์เซ็ป”ที่มีโอกาสส่งออก หลังคู่ค้าลดภาษีเพิ่มเติม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเดินหน้าเปิดรายละเอียดความตกลง “อาร์เซ็ป” เผยในด้านการค้า ไทยมีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้นเพียบ หลังคู่ค้าลดภาษีเพิ่มเติมให้ไทย แถมยังได้ประโยชน์จากกฎถิ่นกำเนิดสินค้าใหม่ที่ครอบคลุมสินค้า 5,205 รายการ ทำให้เข้าถึงวัตถุดิบจากแหล่งต่างๆ ได้กว้างขึ้น ส่วนอินเดียที่ยังติดในบางประเด็น เตรียมเจรจาหาทางออกต่อ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ศึกษารายละเอียดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) หลังจากที่ผู้นำได้ร่วมออกแถลงการณ์ประกาศความสำเร็จการเจรจาอาร์เซ็ป ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2562 ที่กรุงเทพฯ โดยพบว่าในด้านการค้า อาร์เซ็ปจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการไทย เนื่องจากทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ลดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมให้ไทยในสินค้าหลายรายการ โดยสินค้าส่งออกที่จะได้รับประโยชน์ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติกและเคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน รถจักรยาน ยางล้อ เส้นใย สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลัง กระดาษ ผักผลไม้ อาหารแปรรูป และสินค้าประมง เป็นต้น

ทั้งนี้ ความตกลงอาร์เซ็ป ยังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาค โดยกำหนดให้มีเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules หรือ PSRs) ครบทุกรายการสินค้า (5,205 รายการ) เพื่อให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการค้าระหว่างประเทศและกระบวนการผลิตของสินค้าในปัจจุบัน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงวัตถุดิบจากแหล่งต่างๆ มากขึ้น ทำให้เกิดความเหมาะสมในด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะในสินค้าอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ที่พึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกภูมิภาคมาใช้ในการผลิต เช่น เครื่องประดับทอง อาหารแปรรูป น้ำผลไม้ เคมีภัณฑ์และพลาสติก เป็นต้น

ส่วนสินค้าบางรายการที่ใช้วัตถุดิบในภูมิภาคอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น สินค้าสัตว์มีชีวิต น้ำตาลที่ทำจากอ้อย และน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยให้ความสำคัญ ก็จะเน้นให้ใช้วัตถุดิบในภูมิภาคในสัดส่วนที่สูง จึงถือว่ากฎระเบียบใหม่ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ผลิตของไทย เนื่องจากจะสามารถเลือกใช้กระบวนการผลิตและหรือวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่หลากหลายได้ สอดคล้องกับความต้องการของไทยในภาพรวม

นางอรมนกล่าวว่า สำหรับกรณีของอินเดีย ซึ่งยังมีประเด็นคงค้างที่จะต้องเจรจาต่อนั้น สมาชิกอาร์เซ็ปจะทำงานร่วมกันเพื่อหาข้อยุติในประเด็นคงค้างของอินเดียต่อไป แต่ก็ยืนยันได้ว่าแม้อินเดียจะยังไม่เข้าร่วมปิดดีลความตกลงอาร์เซ็ปในขั้นนี้ แต่ความตกลงอาร์เซ็ปที่มีสมาชิก 15 ประเทศ ยังคงเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีประชากรรวมกันกว่า 2,200 ล้านคน หรือประมาณ 30% ของประชากรโลก มีมูลค่าจีดีพีกว่า 24.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 28.96% ของจีดีพีโลก และมีมูลค่าการค้ารวมกว่า 10.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 27.22% ของมูลค่าการค้าโลก

ในปี 2561 ไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป 15 ประเทศมูลค่า 148,811 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% และในช่วง 9 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-ก.ย.) ไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาร์เซ็ปมูลค่า 105,378 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.6% สินค้าส่งออกสำคัญไทยส่งออกของไทย เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้าสำคัญ เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์