อาเซียนถกแผนปี 63 เน้นเจรจาเรื่องใหม่ อัพเกรด FTA เวียดนามยันสานต่อประเด็นเศรษฐกิจที่ไทยริเริ่ม

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ถกแผนการทำงานปี 63 เดินหน้าปรับปรุงการทำงานของอาเซียนให้มีความทันสมัย วางแนวทางการเจรจาประเด็นใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายใต้การเจรจา FTA และยกระดับ FTA กรอบต่างๆ เผยเวียดนามเสนอแนวคิด “อาเซียนเป็นหนึ่งเดียวและพร้อมปรับตัว” หลังรับไม้ต่อประธานอาเซียนจากไทย ระบุยังยืนยันสานต่อประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจที่ไทยริเริ่มด้วย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (SEOM Retreat) ระหว่างวันที่ 28–29 พ.ย.2562 ณ เมืองฮาลอง เวียดนาม ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดทำแผนการทำงานของอาเซียนด้านเศรษฐกิจปี 2563 เช่น ปรับปรุงกระบวนการทำงานของอาเซียนในสาขาต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย สอดคล้องกับทิศทาง และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมากขึ้น วางแนวทางการเจรจาประเด็นใหม่ๆ ที่อาเซียนหรือประเทศคู่ค้าของอาเซียนอาจหยิบยกขึ้นหารือในการจัดทำ FTA พิจารณาเรื่องการสมัครเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต และยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศนอกอาเซียนผ่าน FTA ที่มีอยู่ เช่น บังคับใช้พิธีสารเพื่อแก้ไข FTA อาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) โดยเพิ่มเรื่องการเปิดเสรีการค้าบริการ และการส่งเสริมอำนวยความสะดวกการลงทุนจากเดิมที่เน้นเฉพาะการเปิดเสรีการค้าสินค้า เจรจาเปิดเสรีการค้าสินค้าเพิ่มเติมใน FTA อาเซียน-อินเดีย (AITIGA) เจรจาปรับปรุง FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) ที่มีผลบังคับใช้มา 10 ปี โดยเพิ่มเติมประเด็นใหม่ๆ เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และจัดทำขอบเขตการเจรจา FTAอาเซียน-สหภาพยุโรป เป็นต้น

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจที่เวียดนามในฐานะประธานอาเซียนปี 2563 เสนอให้อาเซียนร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จในปี 2563 ภายใต้แนวคิด “อาเซียนเป็นหนึ่งเดียวและพร้อมปรับตัว (Cohesive and Responsive ASEAN)” โดยจะเน้นเรื่องการส่งเสริมการบูรณาการและความเชื่อมโยงภายในอาเซียน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาเซียนกับประชาคมโลก และการเสริมสร้างอาเซียนที่พร้อมปรับตัวและมีศักยภาพ

ทั้งนี้ เวียดนามยังได้ยืนยันที่จะสานต่อประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ได้เริ่มไว้ เช่น การจัดทำกลไกเพื่อติดตามและประเมินการบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน การจัดทำแผนงานเพื่อต่อต้านการประมงที่ผิดกฎหมายและไร้การควบคุม (IUU) และการลงนามความตกลง RCEP หลังสามารถสรุปผลการเจรจาได้ที่ประเทศไทย เป็นต้น

สำหรับอาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย โดยการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ในปี 2561 มีมูลค่าการค้ารวม 113,934 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% โดยไทยส่งออกไปอาเซียน 68,437 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียน 45,497 ล้านเหรียญสหรัฐ และปัจจุบันการส่งออกของไทยไปอาเซียน คิดเป็น 27% ของการส่งออกรวมของไทย