“พาณิชย์”จัดกิจกรรมใหญ่รับปี 63 หนุนผู้ประกอบการใช้เอฟทีเอเปิดทางสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก

“พาณิชย์”เตรียมจัดกิจกรรมใหญ่ เปิดศักราช 2563 ขอเชิญชวนเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อยร่วมงาน “สัมมนาสร้างเครือข่าย ขยายตลาดส่งออกด้วยเอฟทีเอ” ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เปิดเวทีให้มาแลกเปลี่ยนข้อมูล ขอรับคำแนะนำการพัฒนาสินค้า และจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายจับคู่ธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสส่งออกไปต่างประเทศด้วยการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน “สัมมนาสร้างเครือข่าย ขยายตลาดส่งออกด้วยเอฟทีเอ” ระหว่างวันที่ 24–28 ม.ค.2563 บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าสินค้าเซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ตั้งแต่ต้นปี โดยเชิญเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพ ซึ่งเคยร่วมงานสัมมนาในจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศกับกรมเจรจาฯ ในช่วงปีที่ผ่านมา มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ และใช้โอกาสนี้ให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบปะสร้างเครือข่ายและจับคู่ธุรกิจกับผู้ส่งออก และผู้ประกอบการจากสมาคมการค้าต่างๆ ที่มีความสนใจหาแหล่งผลิตสินค้าเพื่อส่งออกที่กรมเจรจาฯ จะเชิญมาร่วมงาน เพื่อสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยของไทย ในการขยายตลาดทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ โดยคาดว่า การจัดงานครั้งนี้ จะช่วยหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่นของไทยได้เพิ่มขึ้น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเสริมว่า สืบเนื่องจากที่กรมฯ ได้นำคณะลงพื้นที่ในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อพบปะกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการในเครือข่ายของสภาเกษตรกรแห่งชาติและสหกรณ์การเกษตร โดยพบว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่นของไทยหลายราย มีศักยภาพ สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และมีความพร้อมในการส่งออกสินค้า แต่อาจยังขาดผู้ชี้แนะเรื่องการทำตลาด หรือการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานตามกฎระเบียบของประเทศผู้นำเข้า นายวีรศักดิ์จึงได้มอบนโยบายให้กรมฯ จัดงานสัมมนาเพื่อส่งเสริมให้สินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่นไทยที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดโลกโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอที่ไทยมีกับประเทศคู่ค้าถึง 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชีลี เปรู และฮ่องกง

“ปัจจุบัน สินค้าของไทยส่วนใหญ่สามารถส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอเหล่านี้ได้โดยเสรี ไม่ถูกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศผู้นำเข้า จึงอยากให้เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย ได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอเหล่านี้ สร้างแต้มต่อทางการค้า ขยายตลาดให้กับสินค้าเกษตรไทยสู่โลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย”

สำหรับเอฟทีเอถือ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างแต้มต่อทางการค้าให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย โดยในช่วง 11 เดือนของปี 2562 (ม.ค.–พ.ย.) การค้าระหว่างประเทศของไทยกับ 18 ประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอด้วย มีมูลค่ารวม 279,398.0 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 62.76% ของการค้าไทยกับโลก แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 141,000.4 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่านำเข้า 138,397.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประเทศคู่เอฟทีเอที่มีมูลค่าการค้ากับไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน มูลค่าการค้า 99,518.3 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมา คือ จีน มูลค่าการค้า 72,512.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น มูลค่าการค้า 53,399.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ออสเตรเลีย มีมูลค่าการค้า 13,223.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และ เกาหลีใต้ มีมูลค่าการค้า 12,395.4 ล้านเหรียญสหรัฐ