กรมเจรจาฯ ลุยต่อ ช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการโคนมรับมือเปิดเสรี พร้อมชี้ช่องใช้เอฟทีเอส่งออก

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ลุยต่อสร้างความพร้อมให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมของไทยรับมือการเปิดเสรีเอฟทีเอ และชี้ช่องทางการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอบุกตลาดต่างประเทศ เป็นปีที่ 3 เผยมีกำหนดลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินงานของบริษัท แมรี่ แอนด์ แดรี่ โปรดักส์ และเข้าร่วมโชว์ความสำเร็จโครงการจัดทัพโคนมไทยบุกตลาดด้วยเอฟทีเอ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติด้วย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ จะนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและการตลาดสินค้านมและผลิตภัณฑ์ ลงพื้นที่นครราชสีมาและสระบุรี เพื่อจัดงานสัมมนา “ต่อยอดนมโคไทย ผลักดันใช้เอฟทีเอ” ณ โรงแรมเซอร์เจมส์ รีสอร์ทแอนด์คันทรีคลับ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการนมโคไทยสามารถรับมือการเปิดตลาดให้กับผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการดำเนินการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ที่กรมฯ ได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการโคนมทั่วประเทศอย่างใกล้ชิดในการเตรียมการรับมือกับการเปิดเสรีสินค้านมและผลิตภัณฑ์นม

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ วันที่ 28 ม.ค.2563 จะจัดให้มีการเสวนา 2 ช่วง คือ ช่วงแรก “โอกาสในการต่อยอดนมไทย ไปตลาดใหม่โดยใช้เอฟทีเอ” โดยเชิญผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับกรมฯ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มาเล่าประสบการณ์ ความสำเร็จ และบทเรียนที่ได้จากการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) นำนมและผลิตภัณฑ์นมของไทยไปเปิดตลาดที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และสิงคโปร์ ซึ่งได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับนมโคสดที่ส่งออกจากไทยแล้ว

ส่วนในช่วงที่ 2 เป็นการเสวนาในหัวข้อ “อุดช่องว่าง สร้างรอยต่อ นมไทยใช้เอฟทีเอ” โดยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการนมโคไทยในการบุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ

นางอรมนกล่าวว่า กรมฯ ยังได้ใช้โอกาสนี้ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท แมรี่ แอนด์ แดรี่ โปรดักส์ จำกัด ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของกรมฯ เพื่อศึกษาการจัดการฟาร์มโดยใช้เทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ และกระบวนการผลิตสินค้านมที่เน้นการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สามารถใช้ประโยชน์จากเอฟทีได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ในวันที่ 29 ม.ค.2563 กรมฯ จะร่วมออกบูธจัดแสดงนิทรรศการความสำเร็จของ “โครงการจัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ” ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแผนการทำงานในปีที่ 3 ในงาน “เทศกาลโคนมแห่งชาติ” ประจำปี 2563 ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เพื่อให้ข้อมูลและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เยี่ยมชมงาน โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้า สร้างศักยภาพการแข่งขัน และการทำตลาดในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2562 ไทยส่งออกนมและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลกมูลค่า 536.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% มีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อาเซียน จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (มีเนเธอร์แลนด์เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ในสหภาพยุโรป) สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นม UHT นมถั่วเหลืองที่มีนมผสม และนม/ครีมที่ไม่เติมน้ำตาล เป็นต้น