‘พาณิชย์’ ร่วมหารือรัฐสภา EFTA กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมหารือฟื้นเจรจา FTA ไทย – EFTA

‘พาณิชย์’ ร่วมประชุมกับรัฐสภา EFTA ผ่านระบบประชุมทางไกล กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า หารือความเป็นไปได้ในการฟื้นเจรจา FTA ไทย – EFTA พร้อมชวน EFTA เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve อาทิ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ เชื่อจะช่วยขยายความร่วมมือการค้าการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น แม้ช่วงสถานการณ์โควิด-19

ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการรัฐสภาสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA Parliamentary Committee) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นำโดยนายสเวน โรล์ แฮนเซ็น (H.E. Mr. Svein Roald Hansen) ประธานคณะกรรมาธิการรัฐสภาสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน และร่วมหารือความเป็นไปได้ในการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีกับไทย

ดร. สรรเสริญ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมกับฝ่ายรัฐสภา EFTA เป็นครั้งแรก ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ มีภารกิจเดินทางเยือนประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ระหว่างการเจรจา หรือมีแนวโน้มจะเริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ EFTA โดยได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย – EFTA และโอกาสกลับมาเจรจา FTA ระหว่างกัน นอกจากนี้ ได้เชิญชวน EFTA ให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายความร่วมมือการค้าการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น ในช่วงสถานการณ์โควิด – 19

ทั้งนี้ ในปี 2562 สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เป็นคู่ค้าลำดับที่ 16 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 9,770.20 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 2.02% ของการค้าไทยกับโลก โดยไทยส่งออกไป EFTA มูลค่า 5,670.19 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจาก EFTA มูลค่า 4,100.01 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและชิ้นส่วน รถยนต์และอุปกรณ์ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น และสินค้านำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ อัญมณี เงินแท่งและทองคำ นาฬิกาและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค เป็นต้น

——————————–

                                                กระทรวงพาณิชย์

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

28 พฤศจิกายน 2563