“วีรศักดิ์”ช่วยแก้ปัญหาค้าชายแดนอุบลฯ ไปสปป.ลาว ดันศรีสะเกษลดต้นทุนผลิตโคเนื้อ

“วีรศักดิ์”เผยผลประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการจังหวัดอุบลราชธานีแก้ปัญหาการค้าชายแดน เพื่อให้ขายสินค้าเกษตรและประมงไปสปป.ลาวได้ ส่วนศรีสะเกษให้เหาทางลดต้นทุนการผลิตโคเนื้อ แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ หวั่นกระทบภาคเกษตร พร้อมช่วยสร้างอัตลักษณ์สินค้า พัฒนานวัตกรรม เพิ่มรายได้ให้ชุมชน

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 4-5 ก.พ.2564 ว่า ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา​การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานี​ พบว่า มีการ​ปิดทำการด่านชายแดน จุดผ่านแดนถาวร และจุดผ่อนปรนการค้าทุกจุดเป็นการชั่วคราว ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็กเพียงจุดเดียว ที่ยังคงสามารถ​เปิดทำการเพื่อการส่งออกและนำเข้าสินค้าได้ ซึ่งก็มีปัญหา​ผู้ประกอบการ​ไม่สามารถส่งออกสินค้า​เกษตรและประมง​ออกไปจำหน่ายได้ ทำให้ได้รับผลกระทบ

“ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด​อุบลราชธานี​เร่งประสานงานไปยังฝ่าย สปป.ลาว เพื่อพูดคุยแก้ปัญหา​ในระดับพื้นที่ก่อน หากไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับจังหวัด และต้องการการสนับสนุนในระดับกระทรวงหรือระดับรัฐบาล ก็ขอให้เสนอเข้ามาเพื่อนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา​แก้ไขปัญหา​ในที่ประชุม​คณะรัฐมนตรี (ครม.) ​ต่อไป”

ทั้งนี้ ยังสั่งการให้ทำแผนจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ รวมถึงเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ​ภาครัฐให้เร็วขึ้น หลังพบว่าจังหวัด​อุบล​ราชธานี​ยังเบิกจ่ายงบประมาณ​ไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่​ล่าช้า

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับจังหวัดศรีสะเกษ​ ​ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดยุทธศาสตร์​ให้จังหวัดศรีสะเกษ​เป็นจังหวัดต้นแบบในการนำร่องลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตร​ โดยเฉพาะ​การเลี้ยงโคเนื้อ​ลงให้ได้ 40% หลังพบว่าเกษตรกร​ยังมีปัญหา​ต้นทุนสูง ขาดความรู้ในการปรับปรุง​พันธุ์​ การเลี้ยง การจัดการ การป้องกันโรค และที่สำ​คัญ คือ ​ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิต​ที่ได้จากการเลี้ยงโคลดลง และยังพบว่า มีปัญหา​การขาดแคลนน้ำอุปโภค​บริโภค​ ซึ่งทางจังหวัดได้เสนอแผนการแก้ไขปัญหาไปยังกระทรวงทรัพยา​กรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว

“ได้รับปากจะเร่งผลักดันการแก้ปัญหา​เรื่องขาดแคลนน้ำของจังหวัดศรีสะเกษ​ในระดับนโยบาย​ เพราะน้ำเป็นต้นทุนของทุกชีวิต โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง หากไม่มีน้ำเพียงพอหล่อเลี้ยงต้นทุเรียน หอมแดง และพืชเกษตร​อื่นๆ จะกระทบกับรายได้เกษตร และภาคอุตสาหกรรม​ จึงต้องเร่งรัดผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา​อย่างเป็นรูปธรรม”นายวีร​ศักดิ์​กล่าว

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ยังได้กำชับที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยระดับจังหวัด​ ทั้งจ.อุบล​ราชธานี​และศรีสะเกษว่าจะต้องดำเนินการตามมาตร​การทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดในทุกๆ มิติ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหา​โควิด-19 ระบาดระลอก 2 พร้อมต้องทำแผนช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่อย่างเป็น​รูปธรรม​ เพื่อให้เศรษฐกิจ​ของจังหวัดฟื้นตัวอย่างชัดเจน เช่น การลดต้นทุน​การผลิต การสร้างอัตลักษณ์​สินค้าชุมชน และการสร้างนวัตกรรม​ในผลิตภัณฑ์​ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน และยังสอดรับกับพฤติกรรม​ของผู้บริโภค​ในยุค New Normal และ Next Normal​ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ​อนามัยมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน และคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด เพื่อกำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ และยังได้แต่งตั้งรัฐมนตรีให้กับกำกับดูแลในแต่ละจังหวัด โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบจังหวัดอุบลราชธานีกับศรีสะเกษ