อานิสงค์ลดภาษี FTA ความตกลง ITA ช่วยหนุนส่งออก“เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปี 63 โตต่อเนื่อง ทำได้มูลค่า 60,075 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 0.4% เหตุมีความต้องการเพิ่มจากการที่คนอยู่บ้าน เพราะผลกระทบโควิด-19 และยังได้อานิสงค์จากการลดภาษีภายใต้ FTA การเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลง ITA ของ WTO ที่ไม่มีการเก็บภาษี ชี้ความต้องการยังมี แต่ต้องผลิตสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ โดยเฉพาะสินค้าอัจฉริยะ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ทำการวิเคราะห์การส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งปี 2563 พบว่า ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้คนใช้เวลาทำกิจกรรมภายในบ้านมากขึ้น จึงเกิดความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น โดยยอดการส่งออกทั้งปี 2563 ทำได้มูลค่า 60,075 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 0.4% จากปี 2562 และตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐฯ เพิ่ม 27% และจีน เพิ่ม 9%

ทั้งนี้ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่การส่งออกขยายตัวได้ดี เช่น ตู้เย็นตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ ส่งออกมูลค่า 2,098 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6% เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน มูลค่า 1,002 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 31% เครื่องโทรสารโทรศัพท์และส่วนประกอบ มูลค่า 2,907 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6% เครื่องส่งวิทยุโทรเลขและโทรทัศน์ มูลค่า 476 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 12% พัดลม มูลค่า 345 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6% ลำโพงขยายเสียงและส่วนประกอบ มูลค่า 331 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 87% และคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 18,669 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 2%

สำหรับปัจจัยที่ช่วยให้การส่งออกเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับ มีคุณภาพ มาตรฐาน ยังได้ประโยชน์จากปัจจุบันที่ประเทศคู่เอฟทีเอ 16 ประเทศ ไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งออกจากไทยแล้ว ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ชิลี และฮ่องกง ส่วนอินเดีย และเปรู ยังคงเก็บภาษีนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายการ สำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศคู่เอฟทีเอของไทย 18 ประเทศ ได้ยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ การที่ไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในความตกลงว่าด้วยสินค้าเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ITA) ขององค์การการค้าโลก (WTO) ยังส่งผลให้ประเทศสมาชิก 82 ประเทศ ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้กับไทย ซึ่งรวมถึงประเทศที่ไทยยังไม่มี FTA ด้วย เช่น สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบและนำเข้าสินค้าทุน ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนและผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้น

“ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเติบโตได้อีก โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มีระบบการทำงานที่ฉลาดมากขึ้น รวมถึงสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเบาและพกพาสะดวก ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ จึงเป็นโอกาสที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยจะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น โดยต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาด รวมทั้งใช้ประโยชน์จากแต้มต่อทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย”นางอรมนกล่าว

ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก เช่น เครื่องปรับอากาศ อันดับ 2 รองจากจีน ไมโครเวฟ อันดับ 3 รองจากจีนและมาเลเซีย และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อันดับ 2 รองจากจีน เป็นต้น