‘สินิตย์’ เดินหน้าหนุนสหกรณ์โคนม-ผู้ประกอบการนมโคแปรรูป เร่งติวเข้มใช้ประโยชน์ FTA ขยายส่งออกนมไทยเจาะตลาดจีน ฝ่าวิกฤติโควิด

‘สินิตย์’ มอบกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าโครงการ “โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เร่งช่วยเหลือสหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปอย่างต่อเนื่อง หนุนใช้ประโยชน์จาก FTA ส่งออกสินค้านมแบรนด์ไทยเจาะตลาดจีน พร้อมประกาศผลการคัดเลือกสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปที่มีศักยภาพ 20 ราย เตรียมติวเข้มติดอาวุธเรื่อง FTA และประกวดแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อคัดเลือกสุดยอด 5 ราย ทำ live sale บนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเร่งรัดการใช้ประโยชน์ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อขยายการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดโลก จึงได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ดำเนินโครงการ “โคนมไทยก้าวไกล ขยายตลาดส่งออกได้ด้วย FTA” เพื่อเพิ่มศักยภาพสหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการนมโคแปรรูป ส่งออกไปตลาดจีนโดยใช้ประโยชน์จาก FTA อาเซียน-จีน ที่ปัจจุบันจีนได้ยกเว้นภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้านมให้ไทยแล้ว ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการฯ ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 สำหรับในปีนี้ จะเน้นสินค้านมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากจีน และนม Future Food ผลิตภัณฑ์นมเพื่อสุขภาพ สินค้าที่ใช้นวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่า ซึ่งเป็นสินค้าที่เป็นต้องการของผู้บริโภคจีนรุ่นใหม่เพื่อพาจับคู่ธุรกิจและขายบนเถาเป่าแพลตฟอร์มชื่อดังของจีน

นายสินิตย์ เพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร สหกรณ์โคนม ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปเป็นอย่างมาก ทำให้มียอดจำหน่ายลดลง และไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งเดินหน้าผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถส่งออกไปตลาดเป้าหมาย โดยเน้นเพิ่มศักยภาพของสหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการนมโคแปรรูป รวมทั้งยกระดับการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน สำหรับโครงการปีนี้ ได้คัดเลือกสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูป 20 ราย เข้าร่วมกิจกรรมอบรม Boot Camp และจัดประกวดการนำเสนอแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 5 ราย เข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้านมแบรนด์ไทย โดยจะได้นำสินค้าวางบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในตลาดจีน และจัดทำ Live sale ขายบนแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีน ควบคู่การจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า ในการคัดเลือกสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการนมโคแปรรูปเข้าร่วมโครงการปีนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับเรื่อง (1) วัตถุดิบเป็นน้ำนมโคจากเกษตรกรภายในประเทศ หรือนำเข้านมผงจากประเทศคู่ค้า FTA (2) กระบวนการผลิตที่มีประกาศในสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และได้รับมาตรฐานส่งออก EST. มาตรฐาน อย. และมาตรฐานอื่นๆ อาทิ ฮาลาล และ CODEX (3) ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้นวัตกรรม ออกแบบบรรจุภัณฑ์สวยงาม และเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และ (4) ผู้ประกอบการเคยส่งออกและมีแผนการส่งออก ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการคัดเลือกซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนได้สรุปผลการคัดเลือกแล้ว สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 ราย และสำรอง 5 ราย ได้ทาง Facebook กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก ในช่วง 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) ของปี 2564 ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดโลก มูลค่า 343.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาเซียน (ส่งออก 290.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1.6%) จีน (ส่งออก 14.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 8.9%) ฮ่องกง (ส่งออก 14.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 18.2%) และกานา (ส่งออก 6.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15.4%) สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นม UHT นมถั่วเหลืองที่มีนมผสม และนม/ครีมที่ไม่เติมน้ำตาล เป็นต้น

——————————–

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์
28 กันยายน 2564