ใช้สิทธิ์ FTA-GSP ส่งออก 9 เดือน มูลค่า 60,090.63 ล้านเหรียญ เพิ่ม 35.10%

กรมการค้าต่างประเทศเผยการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA และ GSP ช่วง 9 เดือนปี 64 มีมูลค่า 60,090.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.10% ระบุจีนนำโด่งมูลค่าการใช้สิทธิ์ FTA สูงสุด ตามด้วยอาเซียน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ส่วนสหรัฐฯ นำใช้สิทธิ์ GSP  

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในในช่วง 9 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) มีมูลค่า 60,090.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.10% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 78.09% ของการได้รับสิทธิ์ทั้งหมด แบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 57,221.58 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.13% สัดส่วนการใช้สิทธิ์ 78.91% และการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP มูลค่า 2,869.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.57% สัดส่วน 64.65%

ทั้งนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA พบว่า ตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน มูลค่า 19,691.48 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.อาเซียน มูลค่า 19,344.85 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ออสเตรเลีย มูลค่า 6,255.64 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.ญี่ปุ่น มูลค่า 5,229.15 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.อินเดีย มูลค่า 3,528.24 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนความตกลง FTA ที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไทย-เปรู 100% 2.อาเซียน-จีน 96.62% 3.ไทย-ชิลี 93.76% 4.ไทย-ญี่ปุ่น 78.88% และ 5.อาเซียน-เกาหลี 70.89%

สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูง ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหารปรุงแต่งและเกษตรแปรรูป เช่น รถยนต์เพื่อขนส่งของ/บุคคล (อาเซียน , อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ , ไทย-ชิลี , อาเซียน-จีน) รถจักรยานยนต์ (ไทย-เปรู) เครื่องซักผ้า (อาเซียน-เกาหลี) เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ , ไทย-อินเดีย) ตู้เย็น (ไทย-อินเดีย) อาหารปรุงแต่ง (อาเซียน) สุกรมีชีวิต (อาเซียน) เนื้อไก่และเครื่องในไก่ปรุงแต่ง (ไทย-ญี่ปุ่น , อาเซียน-เกาหลี) กุ้งปรุงแต่ง (อาเซียน-ญี่ปุ่น) ปลาซาร์ดีนปรุงแต่ง (อาเซียน-ญี่ปุ่น) ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง มังคุด (อาเซียน , อาเซียน-จีน , อาเซียน-เกาหลี) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโตชนิดซาร์ดา (กระป๋อง) (ไทย-ชิลี) เป็นต้น

ส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP ทั้ง 4 ระบบ คือ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ พบว่า ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ สหรัฐฯ มูลค่า 2,560.29 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.88% สัดส่วนการใช้สิทธิ์ 68.27% รองลงมา คือ สวิตเซอร์แลนด์ มูลค่า 195.28 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.35% สัดส่วน 37.72% รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มูลค่า 101.07 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.20% สัดส่วน 67.37% และนอร์เวย์ มูลค่า 12.41 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.38% สัดส่วน 64.11%

โดยสินค้าส่งออกที่มีการใช้สิทธิ์สูง คือ ถุงมือยาง และสินค้าประเภทอาหารปรุงแต่ง ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารปรุงแต่ง ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอส สับปะรดกระป๋อง พืช ผลไม้ปรุงแต่ง พืชผัก ผลไม้ที่ทำไว้ไม่ให้เสียโดยใช้น้ำตาล ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต (ชนิดซาร์ดา) เนื้อปลาแบบฟิลเล สด แช่เย็น แช่แข็ง ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด เป็นต้น