‘กรมเจรจาฯ’ ปลื้ม มะม่วงไทยสุดปัง ส่งออกตลาด FTA 2 เดือนแรก พุ่ง 15% หนุนใช้สิทธิประโยชน์เพิ่มแต้มต่อทางการค้า

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ปลื้ม มะม่วงสดไทยครองใจต่างชาติ ส่งออกตลาดคู่ FTA 2 เดือนแรกพุ่ง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 15% ตลาดคู่ FTA สำคัญทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน ด้านผู้ส่งออกข้าวเหนียวมะม่วงยิ้ม 16 ประเทศคู่ FTA ไม่เก็บภาษีนำเข้าจากไทยแล้ว แนะรักษาคุณภาพพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้โดนใจผู้บริโภค หนุนใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอสร้างแต้มต่อขยายส่งออก    

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มะม่วงสดของไทยเป็นผลไม้มาแรงและได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อได้เปรียบของมะม่วงสดไทย คือมีผลผลิตตลอดทั้งปี มีหลากหลายพันธุ์ คุณภาพดี รสชาติหอมหวาน และรูปลักษณ์สวยงาม จึงครองใจผู้บริโภคชาวต่างชาติมาโดยตลอด ส่งผลให้ในแต่ละปีการส่งออกมะม่วงสดไปตลาดคู่ FTA ของไทย มีมูลค่าการส่งออกสัดส่วนสูงถึง 98% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด

นางอรมน กล่าวว่า การส่งออกมะม่วงสดของไทยไปตลาดคู่ FTA 18 ประเทศของไทย ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ชิลี เปรู และฮ่องกง ขยายตัวต่อเนื่อง โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 มีมูลค่าการส่งออกถึง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยตลาดส่งออกสำคัญของไทยส่วนใหญ่เป็นตลาดคู่ FTA อาทิ มาเลเซีย สัดส่วนการส่งออก 46% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด เกาหลีใต้ สัดส่วนการส่งออก 34% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด ญี่ปุ่น สัดส่วนการส่งออก 8% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด มียนมา สัดส่วนการส่งออก 4% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด และเวียดนาม สัดส่วนการส่งออก 2% ของการส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด ทั้งนี้ ในปี 2564 ไทยส่งออกมะม่วงสดไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 93 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวถึง 53% จากปีก่อนหน้า

นางอรมน เพิ่มเติมว่า จากการติดตามสถิติการนำเข้าสินค้ามะม่วงสด พบว่า ประเทศคู่ FTA ของไทยหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฮ่องกง และจีน เป็นตลาดผู้นำเข้าสินค้ามะม่วงสดที่สำคัญ และนิยมพันธุ์มะม่วงที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ มหาชนก เขียวเสวย และโชคอนันต์ จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน 15 ประเทศคู่ FTA ได้แก่ อาเซียน 7 ประเทศ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไนฯ เวียดนาม เมียนมา และมาเลเซีย) จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ชิลี และเปรู ไม่เก็บภาษีนำเข้ามะม่วงสดจากไทยแล้ว ส่วนอีก 3 ประเทศ สปป.ลาว และกัมพูชา ลดภาษีนำเข้ามะม่วงเหลือ 5% ส่วนเกาหลีใต้ ลดภาษีนำเข้ามะม่วงเหลือ 24%

นอกจากนี้ ตลาดผลไม้แปรรูปที่มีลักษณะเป็นขนมขบเคี้ยวมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันสินค้ามะม่วงอบแห้ง มะม่วงแช่แข็ง ได้รับแต้มต่อทางภาษีภายใต้ FTA เช่นเดียวกับมะม่วงสด ส่วนข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมรับประทาน จัดเป็นสินค้ากลุ่มอาหารปรุงแต่ง ซึ่งปัจจุบัน 16 ประเทศคู่ FTA ได้แก่ อาเซียน จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และเปรู ไม่เก็บภาษีนำเข้าจากไทยแล้ว

“ผู้ประกอบการไทยควรพัฒนาเพิ่มรูปแบบของผลิตภัณฑ์ในการส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น และควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า พัฒนาคุณภาพการผลิตสม่ำเสมอ พิถีพิถันตั้งแต่การเพาะปลูก การบรรจุหีบห่อ มีใบรับรองสุขอนามัยพืช รวมทั้งระมัดระวังการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เนื่องจากปัจจุบันตลาดในหลายประเทศเข้มงวดและผู้บริโภคนิยมผลไม้ปลอดสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์” นางอรมนเสริม

ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยครองตำแหน่งเป็นผู้ส่งออกมะม่วงอันดับที่ 2 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 7 ของโลก สำหรับในปี 2564 ไทยส่งออกมะม่วงสดสู่ตลาดโลก มูลค่า 95 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 52% จากปี 2563 โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2565 ไทยส่งออกมะม่วงสดมูลค่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เมียนมา และเวียดนาม

——————————

22 เมษายน 2565