“จุรินทร์”เป็นประธานลงนาม Mini FTA ไทย-กานซู่ เตรียมลุยเพิ่มยอดค้าขายทันที

“จุรินทร์”เป็นประธานการลงนาม Mini FTA ไทย-กานซู่ ถือเป็นฉบับที่ 2 ที่ได้ลงนามกับจีน และเป็นฉบับที่ 4 ที่ได้ลงนามกับคู่ค้า ตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 1,265 ล้านบาทในปี 65 พร้อมลุยกิจกรรมส่งเสริมการค้าทันที เชิญผู้นำเข้ากานซู่มาร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร นำผู้ส่งออกไทยไปร่วมงานแสดงสินค้าในกานซู่ และทำแผนดันสินค้าฮาลาลไทยเจาะตลาด คิวต่อไปจ่อเซ็นกับเซินเจิ้น ยูนนาน อินเดีย 4 ฉบับ ปูซาน และวอร์ซอ  

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกับกรมพาณิชย์ มณฑลกานซู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การลงนามใน MOU ครั้งนี้ เป็น Mini FTA ฉบับที่ 2 ที่ไทยได้มีการลงนามกับมณฑลในจีน และถือเป็นฉบับที่ 4 ที่ได้ลงนามกับคู่ค้า โดยได้ตั้งเป้าที่จะร่วมมือขับเคลื่อนกิจกรรมทางการค้าระหว่างไทย-กานซู่ และเพิ่มยอดการค้าในปี 2565 เป็น 1,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2564 ที่มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 1,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%

สำหรับกิจกรรมที่จะดำเนินการทันที ภายหลังมี Mini FTA กระทรวงพาณิชย์จะเชิญผู้นำเข้ากานซู่ มาร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24-28 พ.ค.2565 เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าอาหารไทย และจะนำผู้ประกอบการไทยไปร่วมงานแสดงสินค้าที่หลานโจว ที่จะจัดขึ้นวันที่ 7-11 ก.ค.2565 และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสมุนไพรที่กานซู่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนส.ค.หรือก.ย.2565 เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทย

นอกจากนี้ จะเร่งขยายตลาดสินค้าอาหารฮาลาล เจาะเข้าสู่ตลาดกานซู่ให้ได้เพิ่มขึ้น เพราะมีผู้บริโภคชาวมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันสินค้าไทยที่ได้รับความนิยม เช่น ข้าว สิ่งปรุงรส อาหารกระป๋อง ผลไม้อบแห้ง และขนมขบเคี้ยว เป็นต้น และจะเน้นเป็นพิเศษในการนำสินค้าฮาลาลจากผู้ประกอบการในภาคใต้ไปขยายตลาด

ส่วน Mini FTA ฉบับต่อไปที่จะทำกับจีน หลังจากที่ได้ลงนามกับไห่หนานและกานซู่แล้ว กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับเซินเจิ้น และยูนนาน ส่วนกับประเทศอื่น มีแผนที่จะลงนามกับรัฐของอินเดีย 4 ฉบับ กับเกาหลีใต้ 1 ฉบับ คือ ปูซาน และโปแลนด์ 1 ฉบับ คือ วอร์ซอ ทั้งนี้ สรุปล่าสุดไทยได้ลงนาม Mini FTA กับคู่ค้าแล้ว 4 ฉบับ คือ ไทย-โคฟุ ของญี่ปุ่น ไทย-ไห่หนาน ของจีน ไทย-เตลังกานา ของอินเดีย และไทย-กานซู่ ของจีน

นายเริ่น เจิ้นเห้อ ผู้ว่าการมณฑลกานซู่ กล่าวว่า การจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือทางการค้าในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าระหว่าง 2 ฝ่าย ทั้งการส่งออกและนำเข้า ช่วยยกระดับความร่วมมือด้านการลงทุน โดยกานซุ่ยินดีต้อนรับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งจะเกิดความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระหว่างกัน

มณฑลกานซู่ มีประชากร 25 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับที่ 22 ของจีน มีชาวมุสลิม 1.6 ล้านคน เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกพลังงานหลักจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ได้แก่ พลังงานนํ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนใต้พิภพ และยังเป็นผู้ผลิตชิปที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในจีน และเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเลียม อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าและอุตสาหกรรมเคมี โดยสินค้าส่งออกหลักของไทยไปกานซู่ 5 อันดับแรก ปี 2565 (ม.ค.-ก.พ.) ได้แก่ 1.เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 2.เอสเซนเชียลออยล์และเรซินอยด์ เครื่องหอม เครื่องสำอาง 3.พืชผักรวมทั้งรากและหัวบางชนิดที่บริโภคได้ 4.เมล็ดพืช และผลไม้ที่มีน้ำมัน เมล็ดธัญพืชและผลไม้เบ็ดเตล็ด 5.ปลา และสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง