‘สินิตย์’ ปลื้ม! ไทยส่งออกไปตลาด RCEP ไตรมาสแรก โต 20% ชวนผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์ สร้างแต้มต่อจากการเปิดตลาดสินค้าเพิ่ม

‘สินิตย์’ ปลื้ม! ไทยส่งออกไปประเทศ RCEP ไตรมาสแรก โต 20% มูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ส่งออกไปสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ขยายตัวต่อเนื่อง ส่วนสินค้าเกษตรแปรรูปเติบโตสูงสุด ทั้งน้ำตาลทรายและไก่แปรรูป ชวนผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์ RCEP สร้างแต้มต่อจากการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมของประเทศสมาชิก

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) อย่างใกล้ชิด ภายหลังที่ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา รวมทั้งโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้รับประโยชน์จากความตกลง RCEP เพื่อขยายการส่งออกโดยใช้แต้มต่อจากการที่ประเทศสมาชิก RCEP เปิดตลาดเพิ่มเติมให้กับสินค้าของไทยหลายรายการ ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทั้งเรื่องการลดต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงโอกาสขยายส่งออกสินค้า ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเร่งศึกษาทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ทางการค้า อัตราภาษีศุลกากร กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และวางแผนธุรกิจพร้อมพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาด RCEP

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า จากการติดตามการค้าและการส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP พบว่า ขยายตัวเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศสมาชิก โดยในช่วงไตรมาสแรก (ม.ค. – มี.ค. 2565) มีมูลค่าการค้ารวม 2,704,034 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 23% จากช่วงเดียวกันของก่อน คิดเป็นสัดส่วน 56% ของการค้าทั้งหมดของไทย เป็นการส่งออก มูลค่า 1,229,979 ล้านบาท (+20%) คิดเป็นสัดส่วน 51% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย ตลาดส่งออกสำคัญเติบโตสูง อาทิ สิงคโปร์ (+71%) อินโดนีเซีย (+52%) เกาหลีใต้ (+35%) มาเลเซีย (+23%) จีน (+14%) กัมพูชา (+12%) ญี่ปุ่น (+11%) เวียดนาม (+9%) และออสเตรเลีย (+7%)

ทั้งนี้ การส่งออกทุกกลุ่มสินค้าไปยังสมาชิก RCEP ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแปรรูปส่งออกเติบโตสูงสุดถึง 43% มีมูลค่า 110,446 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ น้ำตาลทราย (+208%) ไก่แปรรูป (+17%) เครื่องดื่ม (+5%) ส่วนสินค้าเกษตรขยายตัวเช่นกัน มีมูลค่า 125,13 ล้านบาท (+6%) สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (+16%) และยางพารา (+15%) สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 915,812 ล้านบาท (+18%) สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เม็ดพลาสติก (+29%) น้ำมันสำเร็จรูป (+40%) และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์และส่วนประกอบ (+18%)

ประเทศสมาชิก RCEP ได้เปิดตลาดเพิ่มเติมให้กับสินค้าของไทยหลายรายการ อาทิ จีน กลุ่มสินค้าพริกไทย สับปะรดแปรรูป น้ำมะพร้าว ตัวรับสัญญาณโทรทัศน์ เครื่องเสียง อุปกรณ์ให้แสงสว่าง สายไฟที่ใช้ในรถยนต์ เครื่องยนต์ ที่ปรับกระจกในรถยนต์ และกระดาษ ญี่ปุ่น กลุ่มสินค้าประมง ผลไม้และลูกนัตปรุงแต่ง แป้งสาคู น้ำมันถั่วเหลือง กาแฟคั่ว น้ำผลไม้ และผักปรุงแต่ง และเกาหลีใต้ กลุ่มสินค้าผัก ผลไม้แปรรูปและไม่แปรรูป น้ำมันที่ได้จากพืชของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้งมันสำปะหลัง สินค้าประมง พลาสติก เครื่องแก้ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ รถจักรยาน และเครื่องยนต์และส่วนประกอบ นอกจากนี้ ความตกลง RCEP ยังสามารถสะสมถิ่นกำเนิดในเครือข่ายการผลิตสินค้าระหว่างสมาชิกทั้ง 15 ประเทศ ซึ่งจะทำให้การค้าและการลงทุนในภูมิภาคขยายตัวเพิ่มขึ้น

——————————-

6 พฤษภาคม 2565