การค้าไทย-RCEP ครึ่งปี 65 ยอดพุ่ง 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13%

“สินิตย์”โชว์ตัวเลขการค้าไทย-RCEP ช่วงครึ่งปี 65 ยอดพุ่ง 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13% เผยเป็นการส่งออก 78,172 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 9% ส่วนใหญ่ส่งไปอาเซียน จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เผยยังได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร มาใช้ในการผลิตด้วย

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ติดตามสถิติการค้าของไทยกับกลุ่มประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับรายงานว่านับจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก RCEP ในช่วงครึ่งปี 2565 (ม.ค.–มิ.ย.2565) มีมูลค่ารวม 169,041 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% โดยไทยส่งออกไปยังประเทศสมาชิก RCEP มูลค่า 78,172 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% ตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี เช่น อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

“การขยายตัวของมูลค่าการค้า RCEP ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยและประเทศสมาชิก RCEP จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP เพื่อขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ และยังสามารถใช้ประโยชน์ในการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากแหล่งนำเข้าที่หลากหลายด้วยเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่ยืดหยุ่นขึ้น เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและส่งออก”นายสินิตย์กล่าว

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปที่ส่งออกไปตลาด RCEP มีการขยายตัวได้ดี เช่น น้ำตาลทราย เพิ่ม 145% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 19% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เพิ่ม 10% อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 9% และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 4% กลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เพิ่ม 14% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 24% ข้าว เพิ่ม 12% และไก่แปรรูป เพิ่ม 4% และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่ม 19% เม็ดพลาสติก เพิ่ม 12% และผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่ม 3%

ส่วนการนำเข้าของไทยจากกลุ่มสมาชิก RCEP มีมูลค่า 90,869 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 14% แหล่งนำเข้าสำคัญ เช่น จีน อาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจาก RCEP ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าทุน โดยเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 9% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพิ่ม 1% และกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เช่น เคมีภัณฑ์ เพิ่ม 14% เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เพิ่ม 12% และแผงวงจรไฟฟ้า เพิ่ม 35%

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ส่งออกภายใต้ความตกลง RCEP ในช่วงเดือนม.ค.–เม.ย.2565 มีมูลค่า 204.13 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 2,296% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค.2565 ซึ่งเป็นเดือนแรกของการมีผลบังคับใช้ความตกลง RCEP โดยมีผู้ส่งออกขอใช้สิทธิ์ RCEP ไปยังญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ มากที่สุด และสินค้าที่ขอใช้สิทธิ์ส่งออกสูงสุด เช่น น้ำมันดิบ ปลากระป๋องและแปรรูป มันสำปะหลัง ทุเรียนสด และรถจักรยานยนต์ สำหรับการนำเข้าโดยใช้สิทธิ์ RCEP มีมูลค่า 72.34 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1,887% และรายการสินค้าที่ใช้สิทธิ์นำเข้าสูงสุด เช่น ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ เคมีภัณฑ์ ไม้อัด เม็ดพลาสติก และส่วนประกอบเครื่องยนต์ (ลูกสูบ)

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลอัตราภาษีภายใต้ความตกลง RCEP ได้ทางเว็บไซต์กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ http://tax.dtn.go.th และตรวจสอบข้อมูลกฎถิ่นกำเนิดสินค้า FTA ฉบับต่าง ๆ ได้ที่ http://www.thailandntr.com