เขตการค้าเสรี ไทย-อินเดีย (India-Thailand Free Trade Area: ITFTA)

พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (ภาษาไทย // ภาษาอังกฤษ)

สรุปสาระสำคัญกรอบการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย
– เริ่มลดภาษี Early Harvest Scheme (82 รายการ) 1 ก.ย. 2547
– ลดภาษีเป็น 0 วันที่ 1 ก.ย. 2549
? ?

-สินค้าเร่งลดภาษี 83 รายการ ทั้งไทยและอินเดียลดภาษีเป็นศูนย์แล้ว ตั้งแต่ 1 กันยายน 2549

– ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากสาธารณรัฐอินเดีย (๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐)

ไทยและอินเดียได้ลงนามในกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-อินเดีย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2546 โดยสาระสำคัญของกรอบความตกลงฯ จะครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งในด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ (รายละเอียดกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย // พิธีสารแก้ไขกรอบความตกลง)
– การเร่งลดภาษีสินค้าบางส่วนทันที (Early Harvest Scheme: EHS) ไทยและอินเดียได้ยกเลิกภาษีสินค้าจำนวน 82 รายการ เช่น เงาะ ลำไย มังคุด ทุเรียน ข้าวสาลี อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ (พลอยสี) เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์ บอลล์แบริ่ง และส่วนประกอบของเครื่องยนต์ เป็นต้น (รายการสินค้าภายใต้ Early Harvest Scheme) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2549

สินค้าที่จะได้รับสิทธิการลดภาษีภายใต้ EHS ต้องได้แหล่งกำเนิดของสินค้าตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตกลงกันไว้ คือ สินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด (Wholly Obtained) หรือ สินค้าที่ผลิตในไทยหรืออินเดียโดยมีการนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งอื่นไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรในระดับที่กำหนดไว้ (Change in Tariff Classification) และมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของวัสดุในประเทศตามที่กำหนด (Local Value Added Content) (กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าชั่วคราว)

ผู้ส่งออกสามารถขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ภายใต้ Form FTA เพื่อจัดทำคำขอให้ตรวจ/รับรองคุณสมบัติทางด้านแหล่งกำเนิดของสินค้า พร้อมคำรับรองและรายละเอียดต้นทุนการผลิตสินค้า ตามแบบที่กรมการค้าต่างประเทศ กำหนด (รายละเอียด www.dft.go.th)

สินค้าส่งออกสำคัญภายใต้ EHS ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต เครื่องปรับอากาศที่ประกอบด้วยพัดลม เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ อะลูมิเนียมเจือ ของทำด้วยเหล็ก เป็นต้น สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ กระปุกเกียร์ ของทำด้วยเหล็กและเหล็กกล้า แท็ปและก๊อก เป็นต้น

– การลดภาษีสินค้าทั่วไป:
อยู่ระหว่างการจัดทำความตกลง FTA จัดทำความตกลงเปิดเสรีอย่างเต็มรูปแบบ (Comprehensive FTA) ซึ่งจะรวมเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจเข้าไว้ในความตกลงฉบับเดียวกัน

* พิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (ภาษาไทย // ภาษาอังกฤษ)

ความคืบหน้าล่าสุด

การประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า (TNC) ไทย-อินเดีย

– เมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ มีการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้า (TNC) ไทย-อินเดีย ครั้งที่ ๒๗ ณ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพ สรุปสาระสาคัญได้ดังนี้

– การค้าสินค้า การเจรจาครั้งนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทั้งสองฝ่ายจึงขอให้กลับไปจัดอันดับรายการสินค้าสาคัญที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายเปิดตลาดเพิ่มเติม (Priority request)

– การค้าบริการ การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก ทั้งสองฝ่ายแสดงท่าทีที่จะให้ความยืดหยุ่นเพื่อหาข้อสรุปประเด็นคงค้างต่างๆ เช่น บทบัญญัติการยอมรับ (Recognition) บทบัญญัติกฎระเบียบภายใน (Domestic Regulations) ข้อยกเว้นด้านความมั่นคง (Security Exceptions) ส่วนประเด็นการรักษาเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Stability) ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน

– การลงทุน การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก ทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ รวม ๒๔ ประเด็น จากทั้งหมด ๓๐ ประเด็น ได้แก่ คำจำกัดความ การเวนคืน การให้ความคุ้มครองขั้นต่า การปฏิเสธการให้สิทธิประโยชน์ เป็นต้น แต่ยังคงมีประเด็นที่ต้องเจรจาต่อ อาทิ ขอบเขตความตกลง ความเชื่อมโยงกับข้อบทอื่นๆ การปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ มาตรการปกป้องชั่วคราว ตารางข้อผูกพัน แผนงานภายใต้ความตกลง

– มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) การเจรจามีความคืบหน้าค่อนข้างมาก และยังมีประเด็นที่จะต้องเจรจาต่อ คือ เรื่องความเท่าเทียมกัน ความสอดคล้องของมาตรฐาน เขตปลอดโรค และกลไกการระงับข้อพิพาท

– อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปประเด็นต่างๆ รวม ๑๖ ประเด็น จากทั้งหมด ๒๐ ประเด็น แต่ยังคงมีประเด็นที่จำเป็นต้องเจรจาต่อ อาทิ การจัดตั้งคณะกรรมการด้านมาตรฐาน การประเมินกฎระเบียบทางเทคนิคและความสอดคล้อง การหารือทางเทคนิคในการระงับข้อพิพาท และการอำนวยความสะดวกทางการค้า

การดำเนินการขั้นต่อไป

– ในโอกาสที่รัฐมนตรีการค้าอินเดีย จะเดินทางไปเข้าร่วมประชุม RCEP Ministerial Meeting ณ ประเทศบรูไน ในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๖ จะขอพบและหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย เพื่อให้รัฐมนตรีให้แนวทางการเจรจาแก่ระดับเจ้าหน้าที่เพื่อให้การเจรจาแล้วเสร็จโดยเร็ว