กรมเจรจาฯ เผย FTA หนุนส่งออก“ผักไทย”พุ่ง “จีน”ตลาดเบอร์หนึ่ง “มัน”สินค้าฮิต

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย FTA มีส่วนช่วยผลักดันส่งออกผักไทยไปประเทศคู่เจรจาไตรมาสแรก มูลค่า 506 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 71% จีนนำโด่งเป็นตลาดสำคัญอันดับ 1 ทำได้มูลค่า 471 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 96% ระบุ “มันสำปะหลัง พริก ข้าวโพดอ่อน” เป็นสินค้าส่งออกยอดฮิต พร้อมย้ำข่าวดี ใน RCEP ไทยเจรจาให้เกาหลีใต้ กัมพูชา ลดภาษีนำเข้าได้เพิ่มขึ้น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าผักสดแช่เย็น แช่แข็งและแห้งของไทยไปตลาดโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่ารวม 506 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 71% และในจำนวนนี้ เป็นการส่งออกไปจีน ซึ่งเป็น 1 ใน 18 ประเทศ ที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วย มีมูลค่า 471 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 96% ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วนถึง 81% ของการส่งออกผักไปโลก และนอกจากจีนแล้ว ยังมีตลาด FTA ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น อาเซียน มูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 60% ฮ่องกง มูลค่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1% เกาหลีใต้ มูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 23% และอินเดีย มูลค่า 0.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 12% ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งอันดับที่ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 11 ของโลก

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไปตลาด FTA ได้เพิ่มขึ้น เช่น มันสำปะหลังสดแห้งหรืออัดแข็ง มูลค่า 387 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 86% โดยมีจีนและญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก พริกสดและแช่เย็น มูลค่า 31 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 708% โดยมีจีน และมาเลเซียเป็นตลาดหลัก และข้าวโพดอ่อนสดหรือแช่เย็น มูลค่า 9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13% โดยมีญี่ปุ่น และสิงคโปร์เป็นตลาดหลัก

นางอรมน กล่าวว่า นอกจากความได้เปรียบด้านภูมิประเทศที่สมบูรณ์ เหมาะกับการเพาะปลูกพืชผักที่หลากหลาย รวมทั้งศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการช่วยให้ไทยขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้น ยังพบว่า FTA ที่ไทยมีอยู่ 13 ฉบับกับ 18 ประเทศ ถือว่ามีส่วนสำคัญเช่นกัน จากการที่ประเทศผู้นำเข้าได้ลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าให้ไทยแล้ว

ปัจจุบัน 13 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ชิลี เปรู และอาเซียน 6 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และบรูไน ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งที่ส่งออกจากไทยแล้ว ส่วนอีก 5 ประเทศ ยังคงเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าผักบางชนิดจากไทย เช่น เกาหลีใต้ เก็บภาษีนำเข้า มะเขือเทศ กะหล่ำปลี 5% พริกหวาน 270% กระเทียม 360% รวมทั้งใช้โควตาภาษีกับมันสำปะหลังสดแช่เย็นและแห้ง อินเดีย เก็บภาษีนำเข้ามะเขือเทศ พริก แครอท ข้าวโพดหวานแช่แข็ง ถั่วแช่แข็ง 30% กระเทียม 100% และหอมหัวใหญ่ 5% กัมพูชา เก็บภาษีนำเข้ามะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี ถั่ว แครอท 5% สปป.ลาว เก็บภาษีนำเข้า มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วและข้าวโพดหวานแช่แข็ง 5% และฟิลิปปินส์ เก็บภาษีนำเข้ามันเทศ 5%

นอกจากนี้ ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อเดือนพ.ย. 2563 ไทยสามารถเจรจาและผลักดันให้คู่เจรจา FTA ลดภาษีให้ไทยได้เพิ่มขึ้น เช่น เกาหลีใต้ จะทยอยลดภาษีนำเข้ามันสำปะหลังแช่แข็ง จาก 45% เหลือ 0% ภายใน 20 ปี กัมพูชา จะทยอยลดภาษีนำเข้ามะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี และถั่ว เหลือ 0% ภายใน 20 ปี