กรมเจรจาฯ โชว์ตัวเลขการค้าไทยกับคู่ FTA 4 เดือน มูลค่าทะลุ 1 แสนล้านเหรียญ โต 13.18%

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยการค้าไทยกับคู่เจรจา FTA ช่วง 4 เดือนปี 64 มีมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13.18% เป็นการส่งออกถึง 5.2 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 6.45% ระบุสินค้าเกษตรโตแรง เพิ่ม 22% ยางพารา มันสำปะหลังโดดเด่น ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 5.25% คาดส่งออกโตต่อเนื่อง แนะอย่าลืมใช้สิทธิ์ FTA ส่งออกด้วย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าของไทยกับประเทศคู่ค้าที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ด้วยจำนวน 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ชิลี และเปรู ในช่วง 4 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 108,826.75 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.18% คิดเป็นสัดส่วน 63.84% ของการค้ารวมของไทย โดยเป็นการส่งออกไป 18 ประเทศคู่ FTA มูลค่า 52,627.81 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.45%

ทั้งนี้ เมื่อแยกการส่งออกเป็นรายกลุ่มสินค้า พบว่า สินค้าเกษตร (กสิกรรม ปศุสัตว์และประมง) เป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากเป็นทั้งอาหารและวัตถุดิบ โดยไทยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 6,097 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% คิดเป็นสัดส่วน 74.56% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทย โดยตลาดที่มีการขยายตัว เช่น จีน เพิ่ม 46% อาเซียน เพิ่ม 4% ญี่ปุ่น เพิ่ม 6% เกาหลีใต้ เพิ่ม 23% และอินเดีย เพิ่ม 71% เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ขยายตัวได้ดี เช่น ยางพารา เพิ่ม 47% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เพิ่ม 49% และยังมีสินค้าเกษตรกลุ่มอาหารอื่นๆ ที่ขยายตัว เช่น ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง เครื่องเทศและสมุนไพร และข้าวโพด

สำหรับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 40,161.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 5.25% มีสัดส่วน 58.65% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยตลาดส่งออกมีการขยายตัว เช่น จีน เพิ่ม 14% เวียดนาม เพิ่ม 24% มาเลเซีย เพิ่ม 59% ฟิลิปปินส์ เพิ่ม 18% สปป.ลาว เพิ่ม 41% ญี่ปุ่น เพิ่ม 5% เกาหลีใต้ เพิ่ม 36% ออสเตรเลีย เพิ่ม 25% อินเดีย เพิ่ม 28% และนิวซีแลนด์ เพิ่ม 56% ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว ได้แก่ กลุ่มวัตถุดิบที่ใช้ในภาคการผลิต สินค้าป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสินค้า Work From Home และมีสินค้าที่ขยายตัวได้ดี เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ เพิ่ม 37% คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เพิ่ม 13% ผลิตภัณฑ์ยาง เพิ่ม 37% เม็ดพลาสติก เพิ่ม34% เคมีภัณฑ์ เพิ่ม 27% วงจรไฟฟ้า เพิ่ม 12% และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เพิ่ม 13%

ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป มีมูลค่า 3,736 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.16% แต่ยังมีสินค้าที่ส่งออกขยายตัวได้ดี เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง เพิ่ม 23% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เพิ่ม 1% เครื่องดื่ม เพิ่ม 8% สิ่งปรุงรสอาหาร เพิ่ม 8% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เพิ่ม 143% และไอศกรีม เพิ่ม 29% เป็นต้น

“การส่งออกของไทยมีโอกาสที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร สินค้ากลุ่มอาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมที่ใช้เป็นวัตถุดิบในภาคการผลิต เนื่องจากปัจจัยสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และที่สำคัญ ความตกลงการค้าเสรี ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างแต้มต่อให้กับสินค้าไทยจากการที่ประเทศคู่ค้าลดภาษีให้ไทย”นางอรมนกล่าว