อาเซียน-เกาหลีใต้ ไฟเขียวอัปเกรด FTA เล็งลดภาษีเพิ่ม เร่งปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัย

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-เกาหลีใต้ ไฟเขียวเดินหน้าอัปเกรด FTA เล็งยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าเพิ่มเติมจากที่ตกลงกันไว้ พร้อมปรับปรุงความตกลงให้ทันสมัย เร่งรัดเวียดนามให้สัตยาบันพิธีสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ด้านเกาหลีใต้พร้อมร่วมมืออาเซียนตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัยมาตรฐาน และการพัฒนาสตาร์ทอัป

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับมอบหมายจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมเป็นหัวหน้าผู้แทนไทยในการประชุมหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน–เกาหลีใต้ ครั้งที่ 18 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อหารือการยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ (AKFTA) โดยสนับสนุนให้สมาชิกเดินหน้าเปิดตลาด ลด และยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าในรายการสินค้าเพิ่มเติมตามแผนที่ระบุไว้ในความตกลง และให้ศึกษาเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ให้ทันสมัย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด-19

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้เร่งรัดให้เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายของอาเซียนที่ยังไม่ได้ให้สัตยาบันพิธีสารฉบับที่สามเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-เกาหลีใต้ (AKTIGA) ดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้พิธีสารมีผลใช้บังคับ เนื่องจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในเรื่องการลงนามและประทับตราอิเล็กทรอนิกส์ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

ทางด้านเกาหลีใต้ได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับอาเซียนในเรื่องต่างๆ เช่น การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาด้านนวัตกรรมให้กับภาคอุตสาหกรรมและการใช้ประโยชน์นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ระหว่างอาเซียน-เกาหลีใต้ การจัดตั้งศูนย์วิจัยมาตรฐานอาเซียน-เกาหลีใต้ สำหรับพัฒนามาตรฐานให้กับภาคอุตสาหกรรม และจัดทำแผนงานนโยบายสตาร์ทอัพระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งและส่งเสริมการเติบโตของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในภูมิภาค

โดยในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) เกาหลีใต้เป็นคู่ค้าอันดับ 9 ของไทย โดยการค้าระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ มีมูลค่า 9,102 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 เป็นการส่งออกจากไทยไปเกาหลีใต้ มูลค่า 3,391 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.6% และนำเข้าจากเกาหลีใต้ มูลค่า 5,711 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 32.7% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม และสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า