กรมเจรจาฯ แจ้งเตือนผู้ประกอบการ เตรียมพร้อมใช้ประโยชน์ RCEP 1 ม.ค.65

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ แจ้งเตือนผู้ประกอบการ เตรียมตัวใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.65 ทั้งศึกษากฎเกณฑ์ทางการค้า อัตราภาษี กฎถิ่นกำเนิดสินค้าให้ชัดเจน พร้อมชี้เป้าศึกษาความตกลงฉบับสมบูรณ์ในรูปแบบ E-book ชมสัมมนา และอบรมเกี่ยวกับ RCEP ย้อนหลัง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ได้ให้สัตยาบันครบตามจำนวนที่ความตกลงกำหนดไว้ ได้แก่ อาเซียน 6 ประเทศ (บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา สปป.ลาว สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม) และออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ส่งผลให้ความตกลง RCEP จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค.2565 ทันที กรมฯ จึงเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเตรียมใช้ประโยชน์จากความตกลง RCEP โดยศึกษาทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ทางการค้า ติดตามความต้องการของตลาด RCEP เพื่อวางแผนธุรกิจ และพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาด RCEP รวมทั้งศึกษาอัตราภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลง RCEP สำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้า และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อเลือกใช้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถศึกษาความตกลง RCEP ฉบับสมบูรณ์ (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ในรูปแบบ E-Book และติดตามข่าวการจัดสัมมนา ฝึกอบรม ได้ที่เว็บไซต์กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ www.dtn.go.th รวมทั้งรับชมการสัมมนาย้อนหลังเกี่ยวกับความตกลง RCEP ผ่านช่องทาง YouTube “DTNChannel” หรือ สแกน QR code เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความตกลง RCEP

นางอรมนกล่าวว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากความตกลง RCEP สมาชิกจะยกเลิกภาษีนำเข้าที่เก็บกับสินค้าไทย จำนวน 39,366 รายการ โดยลดภาษีเหลือ 0% ทันที จำนวน 29,891 รายการ ซึ่งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะลดและยกเลิกภาษีศุลกากรกับสินค้าที่ส่งออกจากไทย เพิ่มเติมจาก FTA ที่มีอยู่ เช่น ผลไม้สดและแปรรูป สินค้าประมง น้ำผลไม้ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์และส่วนประกอบ พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ

นอกจากนี้ ความตกลง RCEP ยังจะช่วยขยายโอกาสในธุรกิจบริการของไทย เช่น ก่อสร้าง ค้าปลีก สุขภาพ ภาพยนตร์และบันเทิง เป็นต้น

สำหรับความตกลง RCEP เป็น FTA ฉบับที่ 14 ของไทย และเป็น FTA ฉบับที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสมาชิก 15 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีประชากรรวมกัน 2,300 ล้านคน คิดเป็น 30.2% ของประชากรโลก มี GDP รวมมูลค่า 28.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 33.6% ของ GDP โลก และมูลค่าการค้ารวม 10.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 30.3% ของมูลค่าการค้าของโลก

โดยในช่วง 10 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ต.ค.) การค้าของไทยกับกลุ่มประเทศ RCEP มีมูลค่ารวม 2.56 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไป RCEP มูลค่า 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และไทยนำเข้าจาก RCEP มูลค่า 1.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐ