อาเซียนถกนัดแรกเคาะลุย 17 ประเด็นเศรษฐกิจ ที่จะร่วมกันผลักดันให้สำเร็จในปีนี้

เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนนัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการนัดแรก รับทราบ 17 ประเด็นด้านเศรษฐกิจที่กัมพูชาในฐานะเจ้าภาพจะผลักดันให้อาเซียนดำเนินการในปีนี้ เผยยังได้เดินหน้าเร่งเจรจารอบแรกทำ FTA อาเซียน-แคนาดาโดยเร็ว และประเมินความพร้อมติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน  

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (SEOM Retreat) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ 17 ประเด็น ที่กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนเสนอให้อาเซียนร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จในปี 2565 ภายใต้แนวคิด “ASEAN A.C.T. : Addressing Challenges Together”

โดยทั้ง 17 ประเด็น จะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1.การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางดิจิทัล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาระบบนิเวศสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น (Startups) ด้านดิจิทัล 2.การลดช่องว่างการพัฒนาเพื่อความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน อาทิ การจัดทำแผนงานสำหรับกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) เพื่อให้สามารถดำเนินการเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน 3.การส่งเสริมการบูรณาการและความสามารถในการแข่งขันที่มากขึ้นของอาเซียน อาทิ การเริ่มเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน และ 4.การเป็นส่วนสำคัญของประชาคมโลกเพื่อการเติบโตและการพัฒนา อาทิ การสรุปการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และการมีผลใช้บังคับของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กับประเทศผู้ลงนามทั้งหมด ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดช่องว่างการพัฒนา และทำให้เกิดความยั่งยืนของภูมิภาค

น.ส.โชติมากล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือแผนการทำงานของอาเซียนด้านเศรษฐกิจปี 2565 โดยเฉพาะการดำเนินการตามกรอบการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน (ASEAN Comprehensive Recovery Framework) และแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานของอาเซียนในสาขาต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทาง และสถานการณ์ของภูมิภาคและของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรการสำคัญที่เสาเศรษฐกิจจะต้องดำเนินการในปี 2565 เช่น การขยายเอกสารที่แลกเปลี่ยนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) การจัดทำแผนดำเนินงานในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดทำกรอบเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน เป็นต้น ซึ่งประเด็นและมาตรการดังกล่าวจะมีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ในปีนี้

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแผนการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดา โดยจะเร่งการเจรจารอบแรกให้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้ข้อสรุปตามเป้าหมายที่วางไว้ภายใน 2 ปี และการเตรียมการสำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ ที่จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรม รวมถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ระหว่างอาเซียนและเกาหลีใต้ และการหารือประเด็นการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต โดยเบื้องต้นที่ประชุมได้เห็นชอบให้จัดประชุมเพื่อประเมินความพร้อมและแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสมในการเข้าร่วมความตกลงด้านเศรษฐกิจของติมอร์-เลสเต

สำหรับการค้าระหว่างไทยกับอาเซียน ในช่วง 11 เดือน ปี 2564 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 100,709.52 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.91% โดยไทยส่งออกไปอาเซียนมูลค่า 58,935.59 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียนมูลค่า 41,773.93 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกและแหล่งนำเข้าสำคัญของไทยในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์