ประกาศผล DTN Business Plan คัด 10 ราย นำเจรจาธุรกิจออนไลน์กับอินเดีย

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศประกาศผลโครงการ DTN Business Plan Award 2020 คัดเลือกผู้ประกอบการสินค้าอาหาร เกษตร และเกษตรแปรรูปเหลือ 10 ราย เตรียมนำจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าในอินเดีย มั่นใจมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาดอินเดียได้แน่ เหตุสินค้าตอบโจทย์ความต้องการ แถมยังสามารถใช้แต้มต่อทางภาษีภายใต้ FTA ไทย-อินเดีย และอาเซียน–อินเดีย ขยายการส่งออกได้ด้วย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดประกวดนำเสนอแผนธุรกิจผ่านระบบประชุมทางไกล ภายใต้โครงการ DTN Business Plan Award 2020 “ชี้ช่องโอกาส บุกตลาดด้วย FTA” ระหว่างวันที่ 24 -25 พ.ค.2564 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตร และอาหารของไทย จัดทำแผนธุรกิจในการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้ประกอบการสินค้าอาหาร เกษตร และเกษตรแปรรูป เข้าร่วมจำนวน 30 ราย และได้คัดเลือกเหลือ 10 ราย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้าอินเดีย โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศในกรุงนิวเดลี เจนไน และมุมไบ เชิญผู้นำเข้าอินเดียร่วมจับคู่ธุรกิจ

โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 10 ราย ได้แก่ 1.บริษัท ครูยุ คอทเทจ จำกัด ผลิตภัณฑ์ธัญพืชอบกรอบชนิดแท่ง 2.บริษัท ชาร์มมิ่งกรุ๊ป จำกัด ผลิตภัณฑ์ขนมพริกกรอบ ผสมเมล็ดเจีย 3.บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด ผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวคั้นสด 100% 4.บริษัท ไซน์ชายน์ จำกัด ผลิตภัณฑ์นมถั่วเพื่อสุขภาพ 5.บริษัท ทีบีที เทรดดิ้ง จำกัด ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสมเนื้อว่านหางจระเข้ 6.บริษัท นาสาร ฟู้ด โปรดักซ์ จำกัด ผลิตภัณฑ์เงาะอบแห้ง 7.บริษัท นิวทริ-ไฟว์ ฟู้ด จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องอินทรีย์อบกรอบผสมมันฝรั่ง ผักและผลไม้ 8.บริษัท มาดามแมงโก้ จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวป๊อป 9.บริษัท สมศรีไทยเฮิร์บ จำกัด ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มมะกรูดผสมสมุนไพรสกัด และ 10.บริษัท หมื่นลี้ โกลบอล เทรด จำกัด ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสี่ภาคตำรับไทยโบราณ

“สินค้าที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 10 ราย เป็นสินค้าที่มีศักยภาพ ได้รับมาตรฐานการผลิต เช่น อย. GMP HACCP และฮาลาล เป็นต้น จึงมีโอกาสเข้าสู่ตลาดอินเดียได้ เพราะการผลิตของอินเดีย ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั่วถึง จึงยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และที่สำคัญ ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้แต้มต่อจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) จำนวน 2 ฉบับ คือ FTA ไทย-อินเดีย และอาเซียน–อินเดีย ขยายการส่งออกไปอินเดียได้”นางอรมนกล่าว

สำหรับสินค้าที่อินเดียมีความต้องการในปัจจุบัน เช่น อาหารพร้อมรับประทาน อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องปรุงรส เส้นก๋วยเตี๋ยว ผลิตภัณฑ์จากข้าว และอาหารที่เก็บไว้ได้นาน โดยเฉพาะขณะนี้เป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19 จึงเป็นโอกาสสำหรับสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปของไทยที่จะเจาะตลาดอินเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่นิยมจับจ่ายผ่านออนไลน์

ทั้งนี้ ในปี 2563 การค้าไทย-อินเดียมีมูลค่า 9,774.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 5,489.8 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) การค้าไทย-อินเดียมีมูลค่า 3,587.12 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.07% ไทยส่งออกมูลค่า 1,940.35 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8.04% สินค้าส่งออกสำคัญไปอินเดีย เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เหล็กและผลิตภัณฑ์ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น