กรมเจรจาฯ ปลื้มเอฟทีเอหนุนส่งออก “เครื่องปรับอากาศ” ขึ้นแท่นเบอร์ 2 โลก

img

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผย “เอฟทีเอ” มีส่วนช่วยผลักดันมูลค่าการส่งออก “เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน” ทำไทยขึ้นแท่นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน หลังพบคู่เจรจา 15 ประเทศ ไม่เก็บภาษีนำเข้าจากไทย เหลือแค่ 3 ประเทศที่ยังเก็บบางรายการ เล็งเจรจาให้มีการเปิดเสรีต่อไป ทั้งกรอบอาร์เซ็ป และไทย-อียู ที่เป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามการส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนของไทยสู่ตลาดโลก โดยพบว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) มีการส่งออกรวม 3,105.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.60% โดยไทยเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน มีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็น 13.8% ของมูลค่าส่งออกทั้งโลก มีตลาดส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก คือ อาเซียน มีสัดส่วน 24.11% ของการส่งออกทั้งหมด รองลงมา คือ สหภาพยุโรป สัดส่วน 21.35% ญี่ปุ่น สัดส่วน 7.86% สหรัฐฯ สัดส่วน 7.38% และอินเดีย สัดส่วน 7.06% โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่กว่า 75% เป็นเครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่างหรือติดผนัง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การส่งออกไปยังประเทศที่มีความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับไทย มีการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาเซียน ได้กลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ญี่ปุ่น อันดับ 3 อินเดีย อันดับ 5 ออสเตรเลีย อันดับ 6 เกาหลีใต้ อันดับ 8 ฮ่องกง อันดับ 11 นิวซีแลนด์อันดับ 12 จีน อันดับ 15 ชิลี อันดับ 43 และเปรู อันดับ 67 ซึ่งมีสัดส่วนในยอดการส่งออกรวมกันถึง 53.33% ส่วนตลาดสหภาพยุโรป และสหรัฐฯ เป็นตลาดที่ไทยไม่มีเอฟทีเอด้วย แต่เป็นตลาดหลักที่สำคัญของไทย

“ปัจจุบัน คู่เอฟทีเอ 15 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนจากไทยแล้ว เหลือเพียง 3 ประเทศ คือ เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย ที่ลดเลิกภาษีนำเข้าให้ไทยบางส่วน แต่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ เช่น เกาหลีใต้ เก็บภาษีเครื่องปรับอากาศแบบติดหน้าต่างหรือผนัง 8% จีนและอินเดีย เก็บภาษีเครื่องปรับอากาศในยานยนต์ 5% เป็นต้น แต่ก็ไม่มีผลอะไร เพราะไทยยังคงส่งออกไปยัง 3 ประเทศที่ยังมีการเก็บภาษีบางส่วนได้”

นางอรมนกล่าวว่า กรมฯ จะเดินหน้าผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดสินค้าเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมให้ไทยภายใต้การเจรจาเอฟทีเอกรอบต่างๆ ทั้งในปัจจุบัน และที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) รวมถึงการเจรจาเอฟทีเอกับคู่ค้าในอนาคต เช่น ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนที่สำคัญของไทย

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ทำการสำรวจสถิติการส่งออกเป็นรายตลาดนับตั้งแต่ความตกลงเอฟทีเอมีผลใช้บังคับจนถึงปี 2561 พบว่า อาเซียน เพิ่มขึ้น 4,017% ญี่ปุ่น เพิ่ม 83% อินเดีย เพิ่ม 1,204% ออสเตรเลีย เพิ่ม 120% และเกาหลีใต้ เพิ่ม 834% นิวซีแลนด์ เพิ่ม 288% จีน เพิ่ม 441% ชิลี เพิ่ม 466% และเปรู เพิ่ม 50% ซึ่งสอดคล้องกับสถิติปี 2561 ที่พบว่าผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนไปยังประเทศคู่เอฟทีเอสูงมากเป็นอันดับที่ 8 จากรายการสินค้าที่ใช้สิทธิทั้งหมด