“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี AJCEP ฉบับแก้ไขจ่อบังคับใช้ ไทยถือหุ้น 100% ธุรกิจบริการในญี่ปุ่นได้เพียบ

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี ญี่ปุ่นให้สัตยาบันพิธีสารฉบับที่ 1 แก้ไขความตกลง AJCEP ฉบับปัจจุบันที่เพิ่มเรื่องการค้าบริการ บริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุนแล้ว ส่งผลให้ไทยสามารถเข้าไปถือหุ้นในสาขาบริการได้ 100% เป็นจำนวนมาก ทั้งโฆษณา ร้านอาหาร ทัวร์และนำเที่ยว สปา โรงแรม บริการด้านการแพทย์และทันตกรรม เริ่มมีผลบังคับใช้ 1 ส.ค.นี้

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ให้สัตยาบันพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น (AJCEP) ซึ่งเป็นการขยายความตกลง AJCEP ฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2552 ที่ครอบคลุมเฉพาะเรื่องการเปิดตลาดการค้าสินค้าเป็นหลัก โดยปรับปรุงให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุนด้วย โดยพิธีสารดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.2563

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ตกลงที่จะเปิดตลาดการค้าบริการให้ไทย ในสาขาที่ไทยสนใจและมีศักยภาพ และเปิดมากกว่าที่ญี่ปุ่นเคยให้ไทยในองค์การการค้าโลก (WTO) และในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถถือหุ้นได้ 100% ในสาขาบริการ เช่น โฆษณา ร้านอาหาร จัดประชุม จัดทัวร์และนำเที่ยว สปา โรงแรม จัดเลี้ยง บริการด้านการแพทย์และทันตกรรม วิชาชีพพยาบาล บริการคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น และบริการอื่นๆ เช่น บริการซักล้างทำความสะอาด บริการซักผ้า รีดผ้า บริการทำผมและเสริมสวย รวมถึงการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา หรือการเข้าไปทำงานในญี่ปุ่น ได้อนุญาตเป็นการชั่วคราวกับผู้ให้บริการ นักลงทุน และคู่สมรส รวมถึงบุตร จากอาเซียน เข้าไปให้บริการในกลุ่มสาขาและประเภทที่ระบุไว้ได้ยาวนานสูงสุดถึง 5 ปี

ส่วนไทยได้เปิดตลาดให้ญี่ปุ่น เช่น ด้านพยากรณ์อากาศและอุตุนิยมวิทยา บริการด้านการวิจัยและพัฒนา บริการล่ามและแปลเอกสาร บริการให้คำปรึกษาทางวิทยาศาสตร์โดยนักวิทยาศาสตร์และนักสถิติ โดยผู้ประกอบการญี่ปุ่นสามารถถือหุ้นได้ 70% ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกมาตรฐานภาคบริการของไทยได้

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับพิธีสารฉบับที่ 1 จะเริ่มบังคับใช้ระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศอาเซียนที่ให้สัตยาบันแล้ว ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เมียนมา และสปป.ลาว ส่วนประเทศอาเซียนที่เหลือ จะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อประเทศเหล่านี้ให้สัตยาบัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าพิธีสารฉบับใหม่นี้ จะช่วยขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าการลงทุนระหว่างอาเซียนกับญี่ปุ่น ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนของไทย เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าและนักลงทุนสำคัญของอาเซียนและไทย

ในปี 2562 ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของอาเซียน มีมูลค่าการค้ารวม 224,669 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอาเซียนส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 109,134 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 115,535 ล้านเหรียญสหรัฐ และญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนอันดับ 2 ของอาเซียน มีการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นไปอาเซียน มูลค่า 34,745 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย มีมูลค่าการค้ารวม 57,780 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมูลค่า 24,558 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 33,222 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทย การลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นมาไทย มูลค่า 5,133 ล้านเหรียญสหรัฐ