กรมเจรจาฯ เผยเอฟทีเอหนุนอาเซียนแชมป์ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของไทย

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยอาเซียนขึ้นแท่นตลาดส่งออก “สินค้าเกษตรแปรรูป” อันดับ 1 ของไทย ครึ่งปีแรกทำยอด 3,341.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% ครองส่วนแบ่งสูงถึง 37% ของการส่งออกทั้งหมด ชี้เอฟทีเอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุน เหตุไม่มีภาษี ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น ระบุในอาเซียน ทุกประเทศเลิกเก็บภาษีนำเข้าแล้ว เว้นอินโดนีเซียที่ยังเก็บภาษีน้ำตาล 5-10%

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทย ในช่วงครึ่งปี 2563 (ม.ค.-มิ.ย.) พบว่า ไทยส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปไปอาเซียน มูลค่า 3,341.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% และอาเซียนยังเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 มีสัดส่วน 37% ของการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปทั้งหมด โดยสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกขยายตัวได้ดี เช่น น้ำตาล มูลค่า 907 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1% ผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป มูลค่า 325 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8% นมและผลิตภัณฑ์นมแปรรูป มูลค่า 244 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 8% อาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่า 222 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 11% และสิ่งปรุงรสอาหาร มูลค่า 129 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 11% เป็นต้น โดยประเทศสมาชิกอาเซียนที่การส่งอออกขยายตัวได้ดี เช่น เวียดนาม เพิ่ม 34% สิงคโปร์ เพิ่ม 25% ฟิลิปปินส์ เพิ่ม 22% บรูไน เพิ่ม 21% และกัมพูชา เพิ่ม 3% เป็นต้น

ทั้งนี้ นอกจากตลาดอาเซียนแล้ว ไทยยังสามารถส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปไปไปยังประเทศที่ไทยมีข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ได้เพิ่มขึ้นอีกหลายประเทศ ได้แก่ จีน เพิ่ม 3.6% และออสเตรเลีย เพิ่ม 6.8% เป็นต้น

“เอฟทีเอถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สินค้าเกษตรแปรรูปของไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง และเป็นที่ต้องการในตลาดอาเซียน เนื่องจากช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางการค้าต่างๆ โดยเฉพาะกำแพงภาษีศุลกากร ส่งผลให้สินค้าเกษตรแปรรูปของไทยเกือบทุกรายการสินค้าที่ส่งออกไปยังสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ยกเว้นอินโดนีเซีย ที่เก็บภาษีนำเข้าน้ำตาล 5-10% ขณะที่คู่เจรจาเอฟทีเออื่น ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ลดเลิกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรแปรรูปให้ไทยแล้วเช่นกัน จึงอยากเชิญชวนใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าด้วยเอฟทีเอที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้าอย่างเต็มที่”นางอรมนกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยไปอาเซียนจากปีก่อนมีเอฟทีเอ ปี 2535 กับปี 2562 พบว่า อัตราการขยายตัวของการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 2,249% หรือเติบโตกว่า 10 เท่า

ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป อันดับที่ 5 ของโลก และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูป เนื่องจากลักษณะสินค้าตอบโจทย์กับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ช่วยรองรับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ประกอบกับผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยสอดแทรกนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงทำให้สินค้าเกษตรแปรรูปไทยครองใจผู้บริโภคเพิ่มขึ้น